posttoday
หมูไก่ไข่ผักขยับ

หมูไก่ไข่ผักขยับ

30 เมษายน 2555

ขึ้นค่าแรงฟาดหางน้ำมันตามซ้ำค่าขนส่งปรับราคาด้วยพาณิชย์เอาไม่

ขึ้นค่าแรงฟาดหางน้ำมันตามซ้ำค่าขนส่งปรับราคาด้วยพาณิชย์เอาไม่อยู่

พาณิชย์ เอาไม่อยู่สินค้าขึ้นยกแผง ทั้งหมู ไก่ ไข่ ผักสด ค่าจ้าง ค่าน้ำมัน ดันค่าขนส่งสินค้ามีน้ำหนักเพิ่มอีก

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า จากการสำรวจราคาสินค้าอาหารสด ในตลาดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปรียบเทียบราคาปัจจุบันกับช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ พบว่าราคาอาหารสดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกชนิด ทั้งหมูเนื้อแดงไก่สดทั้งตัวรวมเครื่องใน ไข่ไก่เบอร์ 3 รวมถึงสินค้ากลุ่มผักสดที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นเท่าตัว (ดูตารางประกอบ)

สาเหตุที่ราคาผักสดปรับเพิ่มขึ้นมาก เกิดจากปีนี้อากาศร้อนกว่าปกติ จนทำให้ผลผลิตเสียหายออกสู่ตลาดน้อย ขณะที่เนื้อหมูและไก่ไข่เติบโตช้าลงเนื่องจากอากาศร้อนจัด ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย

หมูไก่ไข่ผักขยับ

นอกจากนี้ การปรับขึ้นของราคาสินค้าอาจจะส่งผลต่อดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) เดือน เม.ย. ที่กระทรวงพาณิชย์จะแถลงในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะสินค้าหลายรายการมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหารที่มีน้ำหนักในการคำนวณเงินเฟ้อเกือบ 40% ยังไม่รวมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น

สถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคใน กทม. หลังการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ พบว่าราคาสินค้าได้เริ่มทยอยปรับขึ้นราคาหลายรายการ โดยเฉพาะสินค้าที่มีน้ำหนักบรรทุกมาก ที่จะปรับราคาขั้นต่ำขึ้นอีก 5-10% ในเดือน พ.ค.นี้ เพราะได้รับผลกระทบจากค่าจ้างและน้ำมันที่สูงขึ้น

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ผลิตสินค้าในไทยเริ่มมีการเจรจากับคู่ค้าเพื่อขอปรับขึ้นราคาสินค้าแล้วหลังต้นทุนการผลิตเพิ่มจากนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ประกอบกับสินค้าหลายรายการได้ตรึงราคามาหลายเดือนแล้ว โดยผู้ค้าอาจทยอยปรับราคาขายปลีกสินค้าที่ไม่อยู่ในการควบคุมราคาในเดือน พ.ค.นี้

สินค้าต่างๆ หลายรายการตามร้านโมเดิร์นเทรด รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ต่างมีการปิดป้ายประกาศว่าราคาสินค้าจะอยู่ในราคานี้ ไปจนถึงสิ้นเดือน เม.ย. เช่น ราคาสินค้าประเภทที่ 20 บาทต่อชิ้น ไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้

ขณะที่ นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1.52% เหลือ 11.5% เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ หลังจากในช่วงที่ผ่านมาได้ผลกระทบจากราคาน้ำมัน ต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาล และการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าหน่วยละ 30 สตางค์ เป็นต้น

ทั้งนี้ หากรัฐไม่เร่งแก้ปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้น เชื่อว่าจะมีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และรายใหญ่จำนวนมากต้องขาดทุนอย่างหนัก

“ภาคเอกชนเชื่อว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้ จะเริ่มเห็นผู้ประกอบการหลายรายรับภาระไม่ไหวจนอยู่ไม่ได้ โดยจะค่อยๆ ลดขนาดธุรกิจในไทยลง แล้วไปขยายการลงทุนใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า” นายสมมาต กล่าว

 


 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI