
เร่งตรวจซากปอร์เช่ชนสยองโทลล์เวย์
ตำรวจส่งเจ้าหน้าที่ผูเชี่ยวชาญตรวจซากปอร์เช่-ฟอร์จูนเนอร์ชนบนโทลล์เวย์ คาดภายใน 2-3สัปดาห์สรุปผลได้
ตำรวจส่งเจ้าหน้าที่ผูเชี่ยวชาญตรวจซากปอร์เช่-ฟอร์จูนเนอร์ชนบนโทลล์เวย์ คาดภายใน 2-3สัปดาห์สรุปผลได้
จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถชนกันบนโทลล์เวย์ขาออก ช่วงหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. เป็นเหตุให้ นายไทฟ้า ชยวรประภา อายุ 54 ปี กรรมการผู้จัดการ บ.บัดดี้ กรุ๊ป จำกัด และเจ้าของโรงแรมบัดดี้ วิลเลจ ถนนข้าวสาร ซึ่งขับรถยนต์สปอร์ตยี่ห้อปอร์เช เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.ศักดิภัทร ปทุมารักษ์ บุตรชายนายชาญชัย ปทุมารักษ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีตรมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขับรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ เสียชีวิตภายในรถยนต์ และมีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 เม.ย. เวลา 00.30 น. ที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 เม.ย.ที่ สน.วิภาวดี พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อินทร์เทศ พนักงานสอบสวน (สบ2) งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ (สน.วิภาวดี) พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ตรวจการรถเกิดอุบัติเหตุ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)มาตรวจสอบซากสภาพ รถยนต์สปอร์ตยี่ห้อปอร์เช่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กก-911 กทม.และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษข-3333 กทม. ซึ่งจอดอยู่ข้างๆกัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯ ได้ตรวจสอบประเมินร่องรอยต่างๆของรถปอร์เช่ รถฟอร์จูนเนอร์และรถยนต์มาสด้า 2 พบว่า ซากรถปอร์เช่ พบด้านหน้ารถตั้งแต่ฝากระโปรงไปถึงหลังคารถด้านฝั่งคนขับมีลักษณะบี้แบนมากกว่าฝั่งด้านคนนั่ง ฝากระโปรงหน้ารถปอร์เช่มีลักษณะถูกชนจนพับงอขึ้นเป็นสันทำให้สีชั้นนอกที่เป็นสีบรอนซ์เงินถลอกเป็นแนวยาว จนเห็นสีพื้นชั้นในสีขาวครีม
นอกจากนี้บริเวณตะเข็บขอบฝากระโปรงรถด้านในบางส่วนแตกแยกออกจนเห็นน้ำยาทา กันสนิมสีเขียว ส่วนหลังคาเปื้อนน้ำมันเฟืองท้าย กระจกหน้าแตกยับทั้งบาน ไฟหน้าขวาและซ้ายแตกออกเป็นชิ้นๆบางจุด
ขณะที่ซากรถฟอร์จูนเนอร์พบรอยสีขาวครีมและสีเขียวเปื้อนเป็นแนวยาว ล้อแม็กซ์พร้อมยางหลังด้านขวาหลุดออกไป เฟืองท้ายแตกน้ำมันไหลนองเต็มพื้น ขอบล้อแม็กซ์หลังด้านขวาแตกบางส่วนและพบชิ้นส่วนไฟหน้ารถด้านขวาที่ทำจาก พลาสติกของปอร์เช่ที่แตกหักเป็นชิ้นประมาณ 3 นิ้วเสียบคาที่ขอบแม็กซ์ด้านในล้อหลังขวาฟอร์จูนเนอร์
นอกจากนี้พบเศษกันชนสีขาวของรถมาสด้า 2 ติดคาที่ขอบแม็กซ์ด้านนอกล้อหลังขวาของรถฟอร์จูนเนอร์อีกด้วย ส่วนรถยนต์มาสด้าลักษณะด้านหน้าซ้ายถูกชนบุบบี้ยุบไปถึงเครื่องยนต์และกันชนหน้าด้านซ้ายแตกหักออกบางส่วน
ด้าน พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ตรวจการรถเกิดอุบัติเหตุ ตำรวจได้ตรวจสอบพร้อมสรุปเหตุการณ์ชนกันของรถทั้ง 3 คัน แล้ว แต่เป็นเพียงหนึ่งในข้อเท็จจริงในการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
อย่างไรก็ตามข้อมูลที่สำคัญที่สุดคือเอกสารสรุปผลการตรวจหลักฐานจากที่เกิดเหตุ หลักฐานจากรถทั้ง 3 คัน ตามข้อเท็จจริงของหลักนิติวิทยาศาสตร์ของตำรวจ สพฐ.ซึ่งคาดว่าประมาณ 2- 3 สัปดาห์ผลจึงจะออก ประกอบกับผลการผ่าชันสูตรศพและผลตรวจเลือดในร่างกายของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ก่อนจะมารวมประกอบในสำนวนคดีจึงยังไม่สามารถสรุปว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไร







