
ถกแก้รธน.ยังอืด"สมศักดิ์"ห้ามอภิปรายซ้ำ
"สมศักดิ์"ลั่น ห้ามอภิปรายซ้ำประเด็นเสียเวลา ด้าน "สว."ค้าน ตีกรอบศาลอุทธรณ์สอยส.ส.ร.ภายใน 30 วัน ชี้ รวบรัดเกินไป
"สมศักดิ์"ลั่น ห้ามอภิปรายซ้ำประเด็นเสียเวลา ด้าน "สว."ค้าน ตีกรอบศาลอุทธรณ์สอยส.ส.ร.ภายใน 30 วัน ชี้ รวบรัดเกินไป
การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ยังไม่มีความคืบหน้าในการลงมติมาตรา 291/5 เกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 99คนจากการเลือกตั้ง 77 คน และการคัดเลือกจากรัฐสภา 22 คน ทั้งนี้สส.ฝ่ายค้านและสว.ต่างอภิปรายไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติมาตรานี้โดยเฉพาะการเพิ่มเติมในวรรคท้ายด้วยการให้ศาลอุทธรณ์พิพาษาคดีการเลือกตั้งส.ส.ร.ภายใน 30 วัน
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สว.สรรหา กล่าวว่า การกำหนดขอบเขตการพิจารณาคดีให้กับศาลลักษณะนี้ถือว่าเป็นการรวบรัดจนเกินไปเพราะการทำงานของศาลจะให้คุณให้โทษใครได้ต้องมีกระบวนการพิสูจน์ให้สิ้นความสงสัยในทุกประเด็น หากกำหนดกรอบเวลาแบบนี้จะทำให้เกิดปัญหาในทางปฎิบัติได้
"ที่สำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้ศาลอุทธรณ์มีขอบเขตอำนาจพิจารณาคดีเลือกตั้งส.ส.ร.เหมือนกับมาตรา219ของรัฐธรรมนูญที่ให้ศาลฎีกามีอำนาจการพิจารณาคดีเลือกตั้งสส.และสว.และให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิจารณาคดีเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น ตรงนี้จะเกิดปัญหาสภาพการบังคับใช้กฎหมายไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญไม่ให้อำนาจศาลอุทธรณ์เอาไว้เพื่อพิจารณาคดีส.ส.ร.เอาไว้" นายสุรชัย กล่าว
นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความรอบคอบสำหรับการเลือกตั้งและการแต่งตั้งส.ส.ร.ควรตราร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยที่มาของส.ส.ร.เป็นการเฉพาะขึ้นมมาเพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต ซึ่งถ้าดำเนินการจริงๆรัฐบาลในฐานะมีเสียงข้างมากในสภาฯน่าจะผ่านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวต่อรัฐสภาได้ภายในไม่เกิน 2 เดือน
ขณะที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้แจ้งขอความร่วมกับสมาชิกรัฐสภาให้อภิปรายอยู่ในประเด็น ห้ามอภิปรายเสียดสีหรือพาดพิงบุคคลที่สามโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงการอภิปรายซ้ำประเด็นกับสมาชิกรัฐสภาที่อภิปรายก่อนหน้านี้ เพื่อให้การพิจารณาสามารถเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว
"ถ้ามีการอภิปรายซ้ำประเด็น ผมจะขออนุญาตเสียมารยาทต่อสมาชิกรัฐสภาที่จะขอกำชับให้อภิปรายไม่ซ้ำประเด็นจนเกินไป จึงอยากขอความร่วมมือด้วย" นายสมศักดิ์กล่าว







