
ค้างหนี้ธกส.1แสนล.
รับจำนำสินค้าเกษตรแผลงฤทธิ์ รัฐบาลขอแปะโป้งทยอยจ่าย5ปี
รับจำนำสินค้าเกษตรแผลงฤทธิ์ รัฐบาลขอแปะโป้งทยอยจ่าย5ปี
โครงการจำนำแผลงฤทธิ์ รัฐค้างหนี้ ธ.ก.ส. 1.7 แสนล้านบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงการ คลังแจ้งว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุมคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาล พบว่ามีโครงการรับจำนำในโครงการเก่าทั้งสิ้น 13 โครงการ ยังมีเงินที่ติดค้างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ถึงเกือบ 1.7 แสนล้านบาท และพบว่ามีข้าวในสต๊อกปี 2549 คงเหลืออยู่กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) เกือบ 5,000 ตัน และสต๊อกปี 2550 อีก 6,000 ตัน ซึ่งน่าจะเสื่อมสภาพหมดแล้ว ไม่คุ้มค่าการเก็บรักษา
ที่ประชุมเสนอว่าควรให้ อคส.รีบสำรวจและรายงานกระทรวงพาณิชย์ตามความเป็นจริง ที่สำคัญยังพบว่า ข้าวในสต๊อกของปี 2549 และปี 2550 ดังกล่าวนั้น อคส.ได้นำบางส่วนออกมาแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมาตามคำสั่งรัฐบาล แต่ปรากฏว่าข้าวดังกล่าวมีคุณภาพต่ำมาก เมื่อนำมาหุงปรา กฏว่ามีเศษอิฐปนจนไม่สามารถรับประทานได้
นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ผลจากการประชุมคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ประกอบด้วย ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง ข้าวโพด และ กุ้งรวมย้อนหลังตั้งแต่ปี 2547-2553 รวม 13 โครงการ มียอดวงเงินที่รัฐบาลเป็นหนี้ค้างกับ ธ.ก.ส. ทั้งสิ้นกว่า 1.66 แสนล้านบาท เมื่อหักกลบลบหนี้สินค้าที่ได้รับความเสียหายกับสินค้าที่ยังคงค้างสต๊อก และคาดว่าจะนำออกขายทอดตลาดได้ ปรากฏว่ามีผลขาดทุนเป็นเงินประมาณ 1.1 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการปิดบัญชี จึงมีมติให้รัฐเร่งชำระหนี้คืนธ.ก.ส. รวมถึงแหล่งเงินอื่นภายใน 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2555-2559 โดยในปี 2555 กำหนดให้ชำระหนี้คืน 3.6 หมื่นล้านบาท และระหว่างปี 2556-2559 ให้ทยอยชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงินปีละ 1.85 หมื่นล้านบาท







