
สธ.สั่งเช็กยอดใช้ยาวางกฎ9ข้อคุมจัดซื้อ
สธ.สั่งโรงพยาบาลทั่วประเทศ รายงานยาที่มีการใช้สูงสุดภายใน 27 เม.ย. พร้อมคุมเข้ม 9 ข้อ ระบบบริหารเวชภัณฑ์
สธ.สั่งโรงพยาบาลทั่วประเทศ รายงานยาที่มีการใช้สูงสุดภายใน 27 เม.ย. พร้อมคุมเข้ม 9 ข้อ ระบบบริหารเวชภัณฑ์
นพ.โสภณ เมฆธน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ ส่งรายงานยาที่มีปริมาณการใช้สูงสุด ยาที่มีมูลค่าสูงสุด และยาที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงสุดอย่างละ 20 รายการ ในปีงบประมาณ 2554 ภายในวันที่ 27 เม.ย.นี้ รวมทั้งกำชับให้เร่งรัดระบบการบริหารยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล 9 ข้อให้มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ มาตรการ 9 ข้อในการบริหารยาและเวชภัณฑ์ ได้แก่ 1.คณะกรรมการเภสัชกรรมทุกระดับติดตามกำกับการใช้และปฏิบัติตามแผนการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ประจำปี 2.คัดเลือกและทบทวนรายการยาและเวชภัณฑ์เข้าออกจากบัญชีโรงพยาบาล 3.จัดซื้อยาเวชภัณฑ์ตามแผนการจัดซื้อ รายการใดที่มีการใช้มาก ให้จัดซื้อร่วมกันทั้งจังหวัดหรือร่วมกันในระดับเขต
4.ให้มีคณะกรรมการตรวจรับตามระเบียบพัสดุ รายการใดที่ไม่มีใบสั่งซื้อให้แจ้งบริษัทและส่งคืนทันที 5.มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดในการควบคุมเวชภัณฑ์และสำรองคลังไม่เกิน 3 เดือน เพื่อป้องกันการหมดอายุ 6.กำหนดให้มีผู้เบิก-จ่ายที่ชัดเจน
7.กำหนดหลักเกณฑ์การสั่งใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ประเมินการใช้ยาในกลุ่มยาที่ต้องเฝ้าระวัง หรือยาที่มีมูลค่าสูง 8.จัดระบบการตรวจสอบและรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาเป็นระยะ และ 9.ติดตามควบคุมให้โรงพยาบาลทุกระดับเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และระเบียบพัสดุโดยเคร่งครัด
“กรณียาแก้หวัดผสมซูโดอีเฟดรีน มีปัญหาในโรงพยาบาล 8 แห่ง จากทั้งหมด 845 แห่ง ชี้ให้เห็นว่า ระบบบริหารเวชภัณฑ์ยากระทรวงสาธารณสุข ส่วนใหญ่ยังดำเนินการได้ดี” นพ.โสภณ กล่าว
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบข้อมูลการลักลอบนำเข้ายาที่มีส่วนผสมของสารซูโดอีเฟดรีนจากประเทศเกาหลีน้ำหนัก 40 ตัน หรือ 850 ล้านเม็ด ผ่านสายการบินต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย โดยพบว่ามีการทยอยนำเข้าบางส่วนมาตั้งแต่ปี 2553 รวม 9 ครั้ง
นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเท็จว่าเป็นสิ่งของชนิดอื่นที่ไม่ใช่ซูโดอีเฟดรีนอีกด้วย m







