
พักหนี้ดี'รัฐหลงทาง ลูกหนี้หลงผิด แบงก์รัฐตกต่ำ'
การเดินหน้าโครงการพักหนี้ดีรายละไม่เกิน 5 แสนบาทของรัฐบาล ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการประชานิยมลดแลกแจกแถม
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การเดินหน้าโครงการพักหนี้ดีรายละไม่เกิน 5 แสนบาทของรัฐบาล ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการประชานิยมลดแลกแจกแถม ที่รัฐบาลปิดหูปิดตาไม่ฟังเสียงทัดทานใดๆจากใครๆ ทั้งสิ้น
กระทรวงการคลังจะเสนอโครงการพักหนี้ดีให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในวันที่ 24 เม.ย.นี้ และกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะระดมนายแบงก์รัฐตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่โครงการนี้ หลังจากที่ ครม.เปิดไฟเขียว
หลังจากนั้น หากเป็นไปตามแผนในวันที่ 2 พ.ค. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานกดปุ่มเปิดโครงการพักหนี้ดีอย่างเป็นทางการ ให้ลูกหนี้ดีที่สนใจพักหนี้ดีมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเป็นเวลา 3 เดือน
เงื่อนไขการพักหนี้ดีที่แย้มออกมาจากทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง สายตรงพรรคเพื่อไทย และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ให้เดินหน้าเข็นโครงการนี้ ว่าจะมี 2 แนวทางให้ลูกหนี้ให้เลือก
แนวทางแรก ให้พักชำระเงินต้นเป็นเวลา 3 ปี ส่วนดอกเบี้ยที่ยังต้องชำระอยู่ก็จะมีการลดลงให้อีกบางส่วน
แนวทางที่สอง ลูกหนี้ที่ไม่สนใจพักชำระหนี้ อยากผ่อนเป็นปกติต่อไป ก็จะได้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 2% เป็นเวลา 3 ปี
จากข้อมูลของ รมช.คลัง ระบุว่า มีลูกหนี้แบงก์รัฐจำนวน 4 ล้านคน เป็นมูลหนี้ 6 แสนล้านบาท เป็นลูกหนี้แบงก์รัฐ4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
หากว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว โครงการพักหนี้ดี คนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือลูกหนี้ทั้ง 4 ล้านราย เพราะอยู่ดีๆ ก็ส้มหล่นทับเป็นตะกร้า ไม่ต้องผ่อนหนี้และยังได้ลดดอกเบี้ย เบาแรงมีเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นถึง 3 ปี
นอกจากนี้ รัฐบาลเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ได้คะแนนนิยมล้นตะกร้า ทำตามสัญญาตอนหาเสียงเลือกตั้งไม่มีผิดคำพูดไม่มีตกหล่น
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ทำโครงการพักหนี้รายย่อยไม่เกิน 5 แสนบาท แต่เป็นการพักหนี้ให้เฉพาะที่เป็นหนี้เสีย แต่ปรากฏว่ามีคนเข้าร่วมโครงการน้อยไม่ถึงครึ่งจากผู้มีสิทธิ 7 แสนคน ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เสียยี่ห้อรัฐบาลต้นตำรับประชานิยม
การพักหนี้เสียที่ไม่ประสบความสำเร็จทำให้รัฐบาลต้องล้างตา เข็นโครงการพักหนี้เฟสสอง จัดหนักพักหนี้ดีรายย่อยถึง 4 ล้านราย มูลหนี้ถึง 7 แสนล้านบาท หวังใช้เป็นไม้เด็ดมัดใจรากหญ้าให้อยู่มัดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามข้อเสียของโครงการพักหนี้ดี ก็มีอยู่ใช่น้อย
เริ่มตั้งแต่การพักหนี้ดี เป็นนโยบายที่หลงทาง เพราะในระบบการเงิน การกู้ยืมเงินก็ต้องให้มีการจ่ายชำระหนี้อย่างมีวินัย ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่วันนี้รัฐบาลคิดแต่หาเสียงจนเลยเถิด พักหนี้ดีทำให้ระบบการเงินการกู้ยืมพังทลาย
อยู่ดีๆ รัฐบาลก็ส่งเสริมให้คนไม่ชำระหนี้ ทั้งๆ ที่เป็นลูกหนี้เขาอยากผ่อนชำระให้หมดตามสัญญา รัฐบาลก็ไปบอกไม่ต้องแล้ว หยุดพักชำระหนี้เถอะรัฐบาลอยากให้ นโยบายอย่างนี้ถ้าไม่หลงทาง ก็ต้องถือว่ามาผิดทาง
นอกจากนี้ นโยบายชำระหนี้ ยังทำให้ลูกหนี้ 4 ล้านคน หลงผิดไปในที่สุด เพราะว่าอยู่ดีๆ รัฐบาลสวมวิญญาณซานต้าแจกแลก ทั้งที่ไม่ได้ขอ ทำให้ลูกหนี้คาดหวังว่าเมื่อมีครั้งแรก ก็ต้องมีครั้งที่สอง สาม สี่ ห้า และทุกๆ ครั้งต้องได้มากกว่าครั้งแรก
โครงการพักหนี้ยังสร้างความเสียหายกับแบงก์รัฐที่ต้องเข้าร่วมโครงการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะการพักหนี้ดี เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ 3 เดือน ก็จะทำให้หนี้ดีกลายเป็นหนี้เสียท่วมแบงก์
โดยจากตัวเลขหนี้ 4 ล้านราย มูลหนี้ 6 แสนล้านบาท หากทุกคนเข้าร่วมโครงการพักหนี้ดี หยุดชำระเงินต้นหมด ก็จะทำให้เกิดหนี้เสียถึง 6 แสนล้านบาท
ปัญหาที่ตามมา แบงก์รัฐต้องตั้งสำรองหนี้เสียเป็นจำนวน 6 แสนล้านบาท จะไปหาเงินจากที่ไหนมาสำรองมากมายขนาดไหน ในที่สุดแบงก์รัฐก็อยู่ไม่ได้ก็ต้องล้ม เกิดความเสียหายกับเงินภาษีของประชาชนเข้าไปอุ้มในที่สุด
แค่ประเมินว่าลูกหนี้เข้าร่วมโครงการพักหนี้ดี เลือกพักชำระหนี้เงินต้นแค่ 50% เหมือนโครงการพักหนี้เสีย แบงก์รัฐก็อ่วมไปไม่รอดแล้ว
ทำให้รัฐบาลไม่มีทางออก แต่ไม่ยอมถอย จึงจะขอมติ ครม.ให้แบงก์รัฐยกเว้นสำรองหนี้เสียที่เกิดจากโครงการพักชำระหนี้ดี เพราะแบงก์รัฐเป็นแบงก์เฉพาะกิจ ตั้งขึ้นมาเป็นแขนเป็นขาสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องทำตามมาตรฐานของธนาคารพาณิชย์ในทุกเรื่อง
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการลากแบงก์รัฐถอยหลังเข้าคลอง รัฐบาลควรยกมาตรฐานแบงก์รัฐไม่ให้น้อยหน้าแบงก์พาณิชย์ โดยเฉพาะมาตรฐานในการสร้างความแข็งแกร่งด้านการเงินการดำเนินการ
แต่การทำนโยบายให้แบงก์รัฐมีหนี้เสียท่วมแบงก์ และยังผ่อนผันกฎเกณฑ์การดูความเข้มแข็งของธนาคารให้หย่อนยาน ถือเป็นการสร้างความเสียหายกับแบงก์รัฐถึงสองเด้ง
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝากแบงก์รัฐ 0.47% เท่ากับธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ แต่พอมาถึงการสำรองหนี้เสีย รัฐบาลบอกว่าไม่ต้องทำเหมือนธนาคารพาณิชย์ เป็นการแสดงให้เห็นนโยบายที่หยิบโหย่งในการบริหารดูแลแบงก์รัฐของรัฐบาล
นอกจากนี้ นโยบายพักหนี้ดี ในส่วนของการลดอัตราดอกเบี้ย ยังทำให้แบงก์รัฐเสียหายรายได้สูญร่วมกันถึง 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนของ ธ.ก.ส. โดนหนักที่สุดถึง 8,000 ล้านบาท ธนาคารออมสินตามมา 3,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นของเอสเอ็มอีแบงก์ กับธนาคารอิสลาม
ที่สำคัญก่อนหน้านี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ชดเชยความเสียหายให้กับแบงก์รัฐ ส่งผลให้ในส่วนของ ธ.ก.ส. ผลการดำเนินงานในปีนี้จะออกมาขาดทุนทันที เพราะเจอสองเด้ง ทั้งถูกเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝากในเดือน ก.ค.นี้ 6,000 ล้านบาท และยังมาเจอพักหนี้รายได้สูญอีก 8,000 ล้านบาท รวมกันเป็น 1.4 หมื่นล้านบาท ยากที่ฐานะของแบงก์จะเอาอยู่
ทำให้รัฐบาลแก้ผ้าเอาหน้ารอด ด้วยการยอมชดเชยความเสียให้กับแบงก์รัฐ โดยเงินส่วนหนึ่งมาจากเงินกองทุนพัฒนาแบงก์รัฐ ที่จะตั้งขึ้นจากการเก็บค่าธรรมเนียมแบงก์รัฐ ซึ่งว่าไปแล้วก็เป็นการนำเงินของแบงก์รัฐมาอุดความเสียหายนั้นเอง
อีกส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณ ก็คือเงินจากภาษีของประชาชนนั้นเอง ซึ่งเป็นเหมือนหลายๆ โครงการประชานิยมลดแลกแจกแถมของรัฐบาล ที่ต้องเอาเงินภาษีไปถมทะเล ได้ไม่คุ้มเสีย
การดำเนินนโยบายพักหนี้ ที่สร้างผลเสียมากกว่าผลดี และผลดีที่ได้เป็นเรื่องการหวังโกยคะแนนนิยมทางการเมืองเป็นอันดับต้น เรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง โดยใช้เงินภาษีของประชาชนไปจ่าย เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทบทวนคิดหน้าหลังให้ดีกว่าที่ทำอยู่ปัจจุบัน
วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปก็เห็นอยู่ตำตาว่า ต้นตอมาจากการก่อหนี้ใช้จ่ายเกินตัว ขนาดเคยเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเอาไม่อยู่ และยังแก้ไม่ตกว่าจะสางปัญหาที่สะสมมานานลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ได้อย่างไร
มาวันนี้ รัฐบาลไทยกลับไม่มีอะไรสะกิดใจ เดินหน้าลดแลกแจกแถมมือเติบหยุดไม่อยู่ พักลูกหนี้เสียยังมีเหตุผล แต่พักลูกหนี้ดี ทำให้คนดีเสียวินัย ทำให้แบงก์ดีเป็นแบงก์เสียแบงก์เน่า แล้วยังเอาใบบัวมาปิดว่ายังเป็นแบงก์ไม่มีปัญหา และยังต้องนำเงินภาษีไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอีกจำนวนนับไม่ถ้วน
โครงการพักหนี้ดี ที่ทำไม่ได้ดี จึงเป็นโครงการที่ไม่ควรมี
แต่เมื่อโครงการนี้เดินมาไกลหยุดไม่อยู่ แม้แต่นายใหญ่ยังสั่งตรงจากต่างแดนให้รัฐบาลเข็นนโยบายพักหนี้ดีออกมาปลุกขวัญรากใหญ่หลังสงกรานต์
ก็ได้แต่ถามทั้งคนชง คนกดปุ่ม เปิดตัวโครงการพักหนี้ดี โครงการแย่เสียหายมากอย่างนี้ ไม่รู้สึกผิด รู้สึกแย่กันบ้างหรือไร







