
ปูสั่งตั้งหน่วยงานกลางแจงข้อมูลน้ำต่อสาธารณะ
รัฐเตรียมตั้งหน่วยงานกลางรวบรวมข้อมูลอุทกภัยภายใต้กำกับ กบอ. ดูแลการแจ้งข้อมูลให้กับประชาชนทราบ
รัฐเตรียมตั้งหน่วยงานกลางรวบรวมข้อมูลอุทกภัยภายใต้กำกับ กบอ. ดูแลการแจ้งข้อมูลให้กับประชาชนทราบ
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและสารสนเทศ (สทอภ.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำชับเกี่ยวกับการบูรณาการข้อมูลน้ำจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องส่งมาให้ส่วนกลาง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ เข้ามาไว้ที่กบอ. โดยกบอ.จะมอบภารกิจ ในการจัดทำกลไก วางมาตรฐานข้อมูล การแปรผลข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปสู่บทสังเคราะห์ เพื่อสื่อสารให้กับประชาชนได้เข้าใจง่าย โดยจะเป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของกบอ.
ทั้งนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบก็สามารถแจ้งข้อมูลให้กับประชาชนได้ แต่สำหรับหน่วยงานนี้ จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเป็น ข้อมูลพิเศษ เพื่อแถลงการณ์กับประชาชนโดยตรง โดยในเรื่องนี้ได้มอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับไปดำเนินการ
นอกจากนี้ยังได้หารือถึงเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ ตามแผนบริหารจัดการน้ำ ที่ได้อนุมัติไปก่อนหน้านี้ โดยในวันที่ 30 เม.ย.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเรียกประชุมเพื่อติดตามการจัดซื้อจัดจ้างอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ที่มีปัญหาความล่าช้า เนื่องจากขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และผู้รับเหมามีงานจำนวนมาก และงานที่กำลังดำเนินการเป็นงานเร่งด่วน จึงยากต่อการจัดหาผู้รับเหมา
เช่นเดียวกับกรมชลประทานที่ประสบปัญหาเดียวกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีความล่าช้าในการจัดจ้างบริษัทเอกชน เพื่อจัดทำโครงการถ่ายภาพแผนที่ทางอากาศ เพื่อวัดระดับความสูงของพื้นผิวดิน สำหรับนำมาใช้คำนวณการไหลของน้ำ รวมถึงระดับพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนในพื้นที่ 3.6 หมื่นตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ไข่ขาวล้อมรอบเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเป็นพื้นที่ลุ่ม สำหรับทำการเกษตร และพื้นที่อยู่อาศัย ขณะนี้ยังคงไม่เสร็จเช่นเดียวกัน
แต่สำหรับโครงการเดียวกัน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของไจก้า พื้นที่ 2.4 หมื่นตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ไข่แดง สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงกรุงเทพมหานคร ดำเนินการเสร็จแล้ว
ส่วนการประเมินความพร้อมของระบบเตือนภัย จากกรณีแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น นายอานนท์กล่าวว่า โดยภาพรวมที่ประชุมมีความพึงพอใจ ในการประเมินเหตุการณ์ล่วงหน้า และการแจ้งเตือนภัยก่อนคลื่นยักษ์สึนามิจะเข้าประมาณ 3 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ทุกคนเห็นร่วมกันว่า อาจต้องเพิ่มการแจ้งเตือนด้วยข้อความสั้น รอบรัศมีเสาสัญญาณโทรศัพท์ ทุก ๆ 2-3 กิโลเมตร และให้มีความชัดเจนในการประกาศว่าสถานการณ์สิ้นสุดแล้ว ให้รวมอยู่ที่จุดเดียว เพื่อที่ประชาชนจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
สำหรับการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ในวันที 17-20 เม.ย.นี้ นายอานนท์กล่าวว่า เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า จะเป็นการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือ ในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งประเทศจีนมีความเชี่ยวชาญ โดยอาจมีการลงทุนร่วมกันในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรับมือกับอุทกภัย







