posttoday
1584 สายด่วนปราบแท็กซี่ขี้ฉ้อ

1584 สายด่วนปราบแท็กซี่ขี้ฉ้อ

16 เมษายน 2555

“แก๊สหมดครับพี่”

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

“แก๊สหมดครับพี่”

“ไปไม่ทัน ต้องรีบส่งรถ”

สูตรสำเร็จการปฏิเสธผู้โดยสารของโชเฟอร์แท็กซี่

ว่ากันตามจริง คงไม่มีผู้โดยสารรายใดใจไม้ไส้ระกำถึงขั้นสาปส่ง หากโชเฟอร์มีความจำเป็นเร่งด่วนจริง

ทว่า ข้อเท็จจริงกลับตรงกันข้าม เพราะพฤติกรรมของเหล่าโชเฟอร์ชัดเจนมีให้เห็นอย่างชินตา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล หรือพื้นที่ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติชุก

1584 สายด่วนปราบแท็กซี่ขี้ฉ้อ

สิ่งที่พบ คือ แท็กซี่จะเจาะจงเลือกผู้โดยสาร หรือหากต้องรับอย่างเสียไม่ได้ ก็จะต่อรองค้ากำไรด้วยการไม่กดมิเตอร์ หรือแสดงพฤติกรรมหงุดหงิดขับขี่รถอย่างฉุนเฉียว

เป็นเหตุให้กรมการขนส่งทางบกต้องลุยกำราบพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภคให้อยู่หมัด โดยจัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ขึ้น

หลักการ คือ หากพบการปฏิเสธไม่รับส่งผู้โดยสาร ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ตกลง แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ให้จดจำรายละเอียดของรถ ชื่อผู้ขับขี่ แล้วแจ้งมายัง 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จากนั้นกรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบ หากพบว่ามีความผิดและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสารจริง จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับ

กรณีปฏิเสธลูกค้า ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนไม่กดมิเตอร์ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบายว่า ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ถึงปัจจุบัน ศูนย์ 1584 เดินหน้าเอาผิดโชเฟอร์แท็กซี่แล้วกว่า 40 ราย โดยขั้นตอน คือ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ก็จะขอรายละเอียดของทั้งผู้แจ้งและแท็กซี่ จากนั้นก็จะส่งเรื่องต่อไปยังชุดปฏิบัติการ

เมื่อชุดปฏิบัติการได้รับเรื่องก็จะติดตามไปยังบริษัทหรือสหกรณ์ของแท็กซี่เหล่านั้น เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมและเรียกให้มาจ่ายค่าปรับ

“ผู้โดยสายต้องจดจำชื่อคนขับ ทะเบียนรถ หรือข้อมูลอื่นๆ ให้ละเอียดที่สุด เพื่อง่ายต่อการเอาผิด โดยเฉพาะกับแท็กซี่ส่วนบุคคล” รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุ

สำหรับโชเฟอร์แท็กซี่ที่ได้รับแจ้งให้เข้ามาชำระค่าปรับ กฎหมายให้ระยะเวลาดำเนินการภายใน 7 วัน หากเรียก 2 ครั้งแล้วยังไม่มา เจ้าหน้าที่จะตามไปดำเนินคดีถึงบริษัทหรือสหกรณ์

อัฌษไธค์ ยอมรับว่า ปัญหาของ 1584 คือ กำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เดิมมีเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์เพียง 8 คน ล่าสุดได้เพิ่มเป็น 13 คน ส่วนชุดตรวจการณ์เคลื่อนที่เร็วก็มีเพียง 12 ชุด ชุดละ 5 คนเท่านั้น โดยทั้งหมดต้องทำทั้งการตามเรื่องร้องเรียนแท็กซี่ การตรวจจับความเร็ว การตรวจวัดแอลกอฮอล์

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้ภายหลังจากจบเทศกาลสงกรานต์ กรมการขนส่งทางบก จะเร่งสนองตอบความต้องการของผู้โดยสารเรื่องปัญหาแท็กซี่ให้ได้มากที่สุด โดยมีการวางแผนเพื่อเพิ่มอัตราเจ้าหน้าที่ บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิ ภาพให้ได้มากที่สุด

“เรื่องแท็กซี่ถือเป็นปัญหาใหญ่ และกรมการขนส่งทางบกเป็นเจ้าภาพโดยตรง ส่วนตัวเคยประสบปัญหาและได้สั่งให้ลูกน้องไปตามจับ แต่ประชาชนคงทำเช่นนี้ไม่ได้ และก็คงไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ยืนยันว่าเข้าใจปัญหา หลังจบสงกรานต์จะมีการเข้มงวดมากกว่านี้” รองอธิบดีให้ความมั่นใจ

ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้วางเกณฑ์สำหรับโชเฟอร์แท็กซี่ไว้ว่า ต้องใส่เสื้อเชิ้ตคอพับ สอดชายล่างในกางเกง สวมกางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น ที่สำคัญ อกซ้ายต้องติดชื่อสกุลเป็นภาษาไทยให้สามารถมองเห็นได้ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผู้กำกับการ 1 (สายตรวจ) กองบังคับการตำรวจจราจร ระบุว่า นอกจากพฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อผู้โดยสารแล้ว การจอดรถแช่กีดขวางการจราจรก็มีความผิด ระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

พร้อมกันนี้ หากผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งหรือข้อบังคับเจ้าพนักงานตามมาตรา 139 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน