
บุกเผาบ้านอริหลังพยายามฆ่าหลายครั้ง
คนร้ายลอบยิงเฒ่าสุโขทัย3ครั้งไม่ตาย อาศัยช่วงสงกรานต์บุกเผาบ้านวอดทั้งหลัง ขณะที่เจ้าตัวหลบไปนอนบ้านลูก
คนร้ายลอบยิงเฒ่าสุโขทัย3ครั้งไม่ตาย อาศัยช่วงสงกรานต์บุกเผาบ้านวอดทั้งหลัง ขณะที่เจ้าตัวหลบไปนอนบ้านลูก
เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายเสกสรรค์ ฉัตรตระกูล นายอำเภอกงไกรลาศ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนารักษ์ ปาระมีสา ผกก.สภ.กงไกรลาศ พ.ต.ท.สมบัติ บัวผัน พนักงานสอบสวนเวร และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสุโขทัย ได้เข้าตรวจสอบและค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมที่ร้านขายของชำ เลขที่ 344/4 หมู่ 2 ตรงข้ามวัดเกตุวนาราม ต.บ้านใหม่สุขเกษม อ.กงไกรลาศ ซึ่งถูกโจรบุกวางเพลิงเสียหายทั้งหลัง ตั้งแต่เมื่อเวลา 01.10 น. ของคืนที่ผ่านมา
โดยจากการสอบสวนเพื่อนบ้านใกล้เคียง ทราบว่า เมื่อช่วงเวลาตี 1 คืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด ก่อนที่บ้านเกิดเหตุซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำด้วยนั้น จะเกิดมีไฟไหม้ลุกลามทั้งหลังอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้เข้ามาระงับเหตุ แต่ไฟลุกลามเร็วมาก ทำให้บ้านและทรัพย์สินเสียหายทั้งหมดประมาณ 700,000 บาท
ด้านนางจินตนา บุญเนตร อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านที่ถูกไฟไหม้ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนเองและสามีคือ นายสวน ชำนาญ อายุ 64 ปี ไปหลบอาศัยนอนอยู่กับลูกสาวที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง เพราะกลัวคนร้ายจะกลับมาฆ่าอีก หลังจากเมื่อต้นเดือนมีนาคม 55 ที่ผ่านมา คนร้ายได้ซุ่มยิงนายสวน สามีซึ่งเป็นอัมพาต ขณะนอนดูทีวีอยู่ในบ้านช่วงหัวค่ำ จังหวะนั้นตนเห็นเงาคนร้าย จึงได้ดึงขานายสวนแล้วลากเข้าที่กำบัง แต่ไม่พ้นวิถีกระสุนทำให้โดนเข้าที่บริเวณกรามบนใบหน้า แต่ไม่ตาย
หลังรอดชีวิตมาได้หวุดหวิดเป็นครั้งที่ 2 ไม่ทันพ้นเดือน คนร้ายเป็นชาย 2 คน ก็กลับถืออาวุธปืนบุกเข้ามายิงสามีและตนเองถึงบ้าน ในช่วงกลางวันแสกๆ แต่โชคดีที่กระสุนด้าน ยิงไม่ออก จึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหลบหนีไป กระทั่งล่าสุดคืนที่ผ่านมา คนร้ายก็ได้กลับมาลอบเผาบ้านของตนจนเหลือแต่เถ้าถ่าน
ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า เมื่อปี 2552 นายสวน ชำนาญ เคยถูกเพื่อนบ้านที่มีที่นาอยู่ติดกันลอบยิงมาครั้งหนึ่งแล้ว ไม่ตายแต่ก็ต้องกลายเป็นอัมพาต หลังมีปากเสียงกันและนายสวนห้ามเพื่อนบ้านมาหาปลาในที่นาของตัวเอง กระทั่งคดีสิ้นสุดศาลสั่งจำคุกเพื่อนบ้านคนดังกล่าวตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริง และติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว







