
โคราชตั้งเป้าลดอุบัติเหตุช่วงสงการนต์
ผู้ว่าโคราช สั่งทุกพื้นที่เข้ม ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุสงกรานต์ หลังพบปัญหาน้ำเมาติดอันดับ1 ด้านสคล. โวย มาตรการห้ามดื่มบนทางสาธารณะถูกดอง บังคับใช้ไม่ทันสงกรานต์
ผู้ว่าโคราช สั่งทุกพื้นที่เข้ม ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุสงกรานต์ หลังพบปัญหาน้ำเมาติดอันดับ1 ด้านสคล. โวย มาตรการห้ามดื่มบนทางสาธารณะถูกดอง บังคับใช้ไม่ทันสงกรานต์
วันนี้ (11 เม.ย. 55) ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการจัดกิจกรรมรณรงค์ปล่อยขบวนรถ “ชาวโคราชร่วมใจ สงกรานต์ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์” เพื่อร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2555 ภายในงานได้ทำพิธีอัญเชิญ “พระสัมพุทธชยันตีเฉลิมราช อุบายโกศลนุสรณ์” ที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาความดีงามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเชิญชวนให้ประชาชนร่วมสงน้ำ อธิฐานจิต เพื่อความเป็นสิริมงคล
นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาถือเป็นประตูสู่อีสาน ที่ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 20 จังหวัด จะต้องเดินทางผ่าน จึงทำให้มีทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถยนต์โดยสารวิ่งผ่านจำนวนมาก ทำให้เกิดการจราจรติดขัดและเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย จากสถิติ ของทางจังหวัดเมื่อปี2554 ที่ผ่านมา พบว่า มีมากถึง 49 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 9 ราย นอนพักรักษาตัว 48 ราย ดังนั้น ตนในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนครราชสีมา จึงได้กำชับคณะกรรมการและเครือข่ายลดอุบัติเหตุทางถนน ให้เน้นหนักในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เพื่อให้รู้ถึงโทษในการลักลอบจำหน่ายสุราในสถานที่ห้ามจำหน่าย ห้ามขายผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี
“สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุส่วนมากมาจากปัญหาการดื่มสุรา ไม่สวมหมวกกันน๊อค และไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ซึ่งทางจังหวัดคงต้องเข้มงวดและเอาจริงเอาจังในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ทางจังหวัดตั้งเป้าลดอุบัติเหตุให้ได้ 10% จากยอดอุบัติเหตุในปีที่ผ่านมา และหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการดื่มสุราของเยาวชน จะต้องสืบไปถึงร้านค้าที่จำหน่ายให้กับเยาวชนด้วย เพราะมีความผิดตามกฎหมายขายสุราให้ผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี” นายชวน กล่าว
ขณะที่นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า จากการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ถนนสาย 24 ช่วงโชคชัย หนองบุญมาก หนองกี่ รวมถึงได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน พบว่า ถนนสายนี้มีรถผ่าน 5 จังหวัด 15 อำเภอ 74 ตำบล ซึ่งเป็นเส้นทางที่ชำรุดมากไม่ได้มาตรฐาน ทั้งที่เป็นถนนสายหลักในการขนส่งของชาวบ้าน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมามักมีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ พิการ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเมาแล้วขับ
“อย่างไรก็ตาม ตนมีความกังวลช่วงสงกรานต์นี้ แม้รัฐบาลมีมาตรการแก้ปัญหา แต่อาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายได้พยายามผลักดันและเรียกร้องให้ประธานคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาตรการห้ามขายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถและทางสาธารณะ ซึ่งท่านก็รับปากจะนำเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี แต่จนถึงตอนนี้เรื่องกลับเงียบไม่มีท่าทีใดๆ ทำให้มาตรการดังกล่าวไม่สามารถออกมาบังคับใช้ได้ทันก่อนสงกรานต์นี้” นายธีระ กล่าว







