
ปตท.เตือนก๊าซแพงหูฉี่อีก10เดือน
ปตท. ฟันธงราคาก๊าซแพงแน่ๆ อีก 10 เดือนเห็นผลกระทบมากขึ้น
ปตท. ฟันธงราคาก๊าซแพงแน่ๆ อีก 10 เดือนเห็นผลกระทบมากขึ้น
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติสูงขึ้นและจะผลักดันให้ราคาก๊าซธรรมชาติสูงตาม แต่ขณะนี้อาจยังไม่เห็นผลกระทบมากนัก แต่เชื่อว่าในช่วงฤดูหนาวหรือ 10 เดือนข้างหน้าน่าจะเห็นผลกระทบมากขึ้น
ปีนี้มี 4 สถานการณ์ที่มีความผันผวนจะส่งผลต่อราคาพลังงาน คือ 1.ญี่ปุ่นยกเลิกการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ ซึ่งน่าจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะสูงขึ้น เพราะเดิมญี่ปุ่นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ในสัดส่วน 3040% 2.ออสเตรเลียประกาศจัดเก็บภาษีคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่ม
3.สหรัฐประกาศกำหนดเพดานการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขั้นต่ำจากโรงไฟฟ้าต้องไม่เกิน 400450 กิโลกรัมต่อหน่วย ขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินโดยปกติจะปล่อยออกมาในระดับ 800 กิโลกรัมต่อหน่วย และ 4.จีนมีแนวโน้มจะจำกัดการใช้ถ่านหินมากขึ้น
ทางด้านนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. ได้กล่าวกลางที่ประชุมผู้ถือหุ้น ยอมรับว่า ปตท.มีการลงทุนหลากหลายและมีความเสี่ยงแตกต่างกัน แต่การลงทุนจะมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานคอยดูแล เพื่อให้มีผลตอบแทนระดับเหมาะสมประมาณกว่า 10% ซึ่งจะไม่ให้ราคาพลังงานในประเทศไม่แพงจนเกินไป ขณะที่ ปตท.เองได้ผลตอบแทนในระดับเหมาะสม
ปี 2554 ปตท. มีผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 21% เทียบกับปีที่ผ่านมา 18% และปี 2554 มีผลตอบแทนจากสินทรัพย์ 8% เทียบกับ 7.2% ในปีก่อนหน้า โดย ปตท.จะให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้มีผลตอบแทนในระดับที่ดีต่อไป
อย่างไรก็ตาม การบันทึกด้อยค่าการลงทุนในสินทรัพย์ในประเทศอียิปต์สูงถึง 5,800 ล้านบาท ในปี 2554 นั้น เนื่องจากบริษัท อีเอ็มจี ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจท่อก๊าซประเทศอียิปต์และ ปตท.ถือหุ้นในสัดส่วน 25% ไม่สามารถส่งก๊าซไปยังประเทศอิสราเอลและจอร์แดนได้ เนื่องจากปัญหาความไม่สงบในกลุ่มประเทศเหล่านี้
“ขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนและอาจต้องตั้งด้อยค่าเพิ่มซึ่งเหลืออีก 7,000 ล้านบาท หรือหากเรื่องจบ ก็สามารถบันทึกกลับเข้ามาเป็นรายได้ทั้งหมด” นายเทวินทร์ กล่าว







