posttoday
มาเฟียใหญ่อิตาลีจนมุม ไล่ล่า 20 ปี เสียที ตม.ไทย

มาเฟียใหญ่อิตาลีจนมุม ไล่ล่า 20 ปี เสียที ตม.ไทย

09 เมษายน 2555

ในที่สุดฉากการไล่ล่ามาเฟียชาวอิตาเลียนที่ตำรวจโลกไล่กวดกันมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ก็ถูกปิดฉากลงอย่างเงียบๆ

โดย...วัสยศ งามขำ

ในที่สุดฉากการไล่ล่ามาเฟียชาวอิตาเลียนที่ตำรวจโลกไล่กวดกันมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ก็ถูกปิดฉากลงอย่างเงียบๆ ในเมืองไทย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วชื่อเสียงของ พาลาซ์โซโล วีโต โรเบอร์โต วัย 65 ปี ไม่ใช่มาเฟียข้างถนน แต่เป็นหัวโจกแก๊งนอกกฎหมายระดับเทพของอิตาลีก็ว่าได้ แต่ด้วยเงื่อนไขของข้อกฎหมายและความยิ่งใหญ่ของมาเฟียรายนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ตำรวจไทยจะกล้าพูดอะไรมากนัก

ในวงการนอกกฎหมายของเมืองรองเท้าบู๊ตคงไม่มีใครไม่รู้จัก เขาถือเป็นหัวรถจักรสำคัญของแก๊งฟอกเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดข้ามชาติและสิ่งของผิดกฎหมาย

ในฐานะเป็นสมาชิกระดับแกนนำของแก๊งอาชญากรรม “โคซา น็อสตรา” (Cosa Nostra) แต่ทุกวันนี้เขาหมดอิสรภาพ เพราะถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มาตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปดูประวัติของมาเฟียรายนี้ก่อนติดซังเตในเมืองไทยมีเส้นทางที่ไม่ธรรมดา เริ่มแรกถูกศาลเมืองปาแลร์โมออกหมายจับฐานฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และเป็นสมาชิกแก๊งอาชญากรรม ถูกพิพากษาจำคุก 9 ปี จากนั้นเขาก็ผันตัวเองไปปักหลักอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกับกระทำผิดกฎหมายในรูปแบบเดิมอีกครั้ง และก็ไม่รอดเงื้อมมือกฎหมาย โดยเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2527 ศาลเมืองลูกาโน ได้ตัดสินให้มีความผิดฐานฟอกเงินโดยให้จำคุก 3 ปี 9 เดือน

เขาได้รับโทษมา 2 ปีเศษ ก็ได้สิทธิทัณฑ์บน ออกมาอยู่นอกเรือนจำ เมื่อเดือน ธ.ค. 2529 แต่ในที่สุดแล้ว ตัวเขาเองก็ตัดสินใจหนีอีกครั้ง จากสวิสเดินทางไปปักหลักที่เมืองโยฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น โรเบิร์ต วอน พาเลซ โกทแบทเชนโก พร้อมกับซุ่มเงียบตุนอาวุธและช่องทาง เพื่อรอเวลาหวนกลับไปยังทุจริตอาชีพอีกครั้ง ในทำนอง “เสือไม่ทิ้งลาย”

มาเฟียใหญ่อิตาลีจนมุม ไล่ล่า 20 ปี เสียที ตม.ไทย

แต่เขาก็ใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้เพียงปีเศษ อิสรภาพที่เขาคิดก็ล้มพังลง เมื่อตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ตามดมกลิ่นพบ จึงร่อนหนังสือไปยัง The South Afican Narcotics กระทั่งเมื่อเดือน ม.ค. 2531 ตำรวจแอฟริกาก็รวบตัว พาลาซ์โซโล ในคราบของชื่อใหม่เอาไว้ได้ในเมืองเทอราคีลู พร้อมด้วยอาวุธปืน 10 กระบอก เครื่องเพชร มูลค่า 5 แสนแรนด์ พร้อมด้วยเอกสารการลงทุนในแอฟริกาใต้และนามิเบีย อีก 25 ล้านแรนด์ นั่นทำให้เขาต้องกลับไปรับโทษที่เหลือในสวิสอย่างปฏิเสธไม่ได้

ราว 1 ปีเท่านั้น ในปี 2532 พาลาซ์โซโล ก็เป็นอิสระจากการควบคุมตัวของสวิตเซอร์แลนด์ เขาเลือกที่จะกลับไปยังแอฟริกาใต้อีกครั้ง ทั้งที่เขาถูกกาหัวให้เป็นบุคคลต้องห้าม แต่ด้วยเส้นสนกลในและฐานของเงินจำนวนมหาศาล จึงไม่ยากนักที่ทางการของแอฟริกาใต้จะปล่อยให้เขาเข้าไปอยู่ในประเทศได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ธุรกิจของเขาก็เติบโตอยู่ที่แอฟริกาใต้มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา ก็ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ ว่าเขาได้กระทำความผิด แต่ตำรวจสากลและทางการอิตาลีก็สืบพบว่าเขายังทำความผิดต่อเนื่องในอิตาลีในลักษณะของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามประเทศ โดยที่แอฟริกาใต้เองก็ไม่ยอมส่งตัวให้กับอิตาลี เพราะเขามีสัมพันธ์อันดีกับพรรคการเมืองแห่งหนึ่งในแอฟริกาใต้และอยู่ในฐานะของการเป็นคนพิเศษที่เรียกได้ว่า เศรษฐีระดับบนของโยฮันเนสเบิร์ก

แต่อย่างที่ว่ากันไว้ว่า “อาชญากรย่อมไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมาย” แม้ว่า พาลาซ์โซโล จะเคลื่อนไหวอย่างสงบมายาวนานนับสิบปี จนดูเหมือนว่าตำรวจอิตาลีจะลืมเลือนเรื่องที่เขากระทำความผิดไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น พาลาซ์โซโล ได้ตีตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินที่ TG 629 จากโยฮันเนสเบิร์กมายังสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.

ตำรวจอิตาลีจึงประสานงานมายัง พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. (ผบก.สส.สตม.) ก่อนที่จะแทงหนังสือมาให้ พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รอง ผบก.สส.สตม. นักสืบมือดีเข้าสืบสวน เพื่อหาความชัดเจนอีกครั้ง พบว่าเขาได้เดินทางเข้าไทยมาแล้วก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง คือเมื่อเดือน ธ.ค. 2554 และครั้งที่ 2 เดือน ม.ค. 2555

กระทั่งวันที่ 30 มี.ค. ตำรวจได้รวบตัวเขาในขณะที่เขาผ่านเจ้าหน้าที่ประทับตราหนังสือเดินทางแบบไม่ต้องมีการปะทะกับบอดีการ์ดร่างยักษ์กลางสนามบินสุวรรณภูมิ

การจะผลักดัน พาลาซ์โซโล ออกไปนอกประเทศในฐานะที่ไทยเรายกเลิกวีซ่านั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนคนร้ายทั่วไป พาลาซ์โซโล มีเครือข่ายทั่วโลก จึงประสานงานไปยังทนายความ เพื่อขอต่อสู้คดีในเมืองไทย โดยยื่น Notice ว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ขอต่อสู้คดีตามกฎหมายไทย คล้ายกับกรณีการจับกุมนักค้าอาวุธโลกอย่าง วิกเตอร์ บูต

ที่กว่าจะออกนอกเมืองไทยได้ ก็กินเวลายาวนานกว่า 2 ปีนั้น จึงทำให้ทุกวันนี้ พาลาซ์โซโล ยังคงติดแหง็กอยู่ที่ห้องกัก สตม.โดยมีทนายความเดินเรื่องสู้คดีอย่างถึงที่สุด

ในส่วนของตำรวจไทย พ.ต.อ.ชาติชาย กำลังสืบสวนขยายผลต่อว่า พาลาซ์โซโล ได้กระทำความผิดเกี่ยวเนื่องมาถึงเมืองไทยบ้างหรือไม่ หากพบก็จะต้องดำเนินคดีด้วยเช่นกัน ส่วนจะใช้เวลานานเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาคดี

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค