
พายุซัดอยุธยา-อีสาน ฟ้าผ่าบ้านวอดทั้งหลัง
พายุฤดูร้อนถล่มอยุธยานาข้าวล่มพันไร่ ฟ้าผ่าบ้านทรงไทยพังยับ ขณะที่อีสานบ้านเสียหายนับร้อยหลัง
พายุฤดูร้อนถล่มอยุธยานาข้าวล่มพันไร่ ฟ้าผ่าบ้านทรงไทยพังยับ ขณะที่อีสานบ้านเสียหายนับร้อยหลัง
พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำและลมกระโชกแรงพื้นที่ ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เย็นวันที่ 6 เม.ย.ต่อเนื่องวันที่ 7 เม.ย.ส่งผลทำให้ข้าวนาปรังล้มจมน้ำเสียหายจำนวนหลายพันไร่ นอกจากนี้บ้านทรงไทยไม้สักชั้นเดียวขนาดใหญ่ของ นายมนตรี พลีสังข์ อายุ 60 ปี ถูกฟ้าผ่าแล้วเกิดไฟลุกไหม้เผาเสียหายทั้งหลัง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตและบ้านหลังคาพังเสียหายอีก 2 หลัง
ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ พายุลูกเห็บถล่มพื้นที่ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ สร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยรวม 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหายนับร้อยหลัง ส่วนยางพาราหักโค่นจำนวนมาก
เช่นเดียวกับที่ จ.บุรีรัมย์ พายุพัดกระหน่ำหมู่ 1 บ้านเสม็ด หมู่ 2 บ้านโคกเพชร และหมู่ 8 บ้านหนองข่า ต.เสม็ด อ.เมือง บ้านเรือนราษฎรพังเสียหายกว่า 180 หลังคาเรือน หลายครัวเรือนต้องไร้ที่อยู่อาศัย
ด้าน จ.พิจิตร กำลังเผชิญกับวิกฤตภัยแล้งหนักสุด โดยเฉพาะในเขตลุ่มแม่น้ำยม ชาวบ้านหมู่ 3 บ้านวังเทโพ ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง แม่น้ำยมที่แห้งขอดบริเวณหน้าหมู่บ้านวังเทโพ และเหลือเพียงลำธารเล็กๆ จนประชาชนสามารถเดินข้ามไปมาได้ รวมไปถึงสามารถขับรถจักรยานยนต์และรถทางการเกษตรข้ามแม่น้ำได้
ทั้งนี้ สำหรับแม่น้ำยมที่แห้งขอดจนสามารถเดินและขับรถข้ามได้ในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากแม่น้ำยมที่แห้งอย่างรวดเร็วหลังเขื่อนหลักสองแห่งหยุดการปล่อยน้ำ จากที่เคยผันน้ำมาช่วยเหลือพื้นที่แม่น้ำยม และเป็นช่วงที่เกษตรกรใช้น้ำในการทำการเกษตรจำนวนมาก จนส่งผลให้แม่น้ำยมแห้งขอดสภาพแม่น้ำยมแห้งจนเห็นผืนทราย บริเวณท้องแม่น้ำได้เริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนแล้ว เพราะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค







