
พบพะยูนตายอีกแล้วเป็นตัวที่ 3ของปีนี้
พบพะยูนหนุ่ม วัย 20 ปี หนัก 200 กก. ขึ้นอืดลอยตายกลางทะเลตรัง ใกล้เกาะลิบง ถือเป็นตัวที่ 3 ในรอบปี 2555 แล้ว พร้อมทั้งยังพบข้อมูลพะยูนหนีย้ายถิ่นไปหากินที่ จ.กระบี่ แทน
พบพะยูนหนุ่ม วัย 20 ปี หนัก 200 กก. ขึ้นอืดลอยตายกลางทะเลตรัง ใกล้เกาะลิบง ถือเป็นตัวที่ 3 ในรอบปี 2555 แล้ว พร้อมทั้งยังพบข้อมูลพะยูนหนีย้ายถิ่นไปหากินที่ จ.กระบี่ แทน
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 เม.ย.55 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีพะยูนตายอยู่กลางทะเลหัวแหลมหญ้า หมู่ที่ 3 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง โดยทางเจ้าหน้าที่ และชาวประมงพื้นบ้าน ได้ร่วมกันนำซากขึ้นมาบนฝั่ง ที่หมู่บ้านมดตะนอย ต.เกาะลิงบง แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นพะยูน เพศผู้ อายุ 20 ปี วัดความยาวจากหัวถึงหางได้ 2 เมตร และหนัก 200 กก. แต่ที่ลำตัวไม่พบบาดแผลใด คาดว่าน่าจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการแย่งชิงตัวเมียระหว่างตัวผู้ด้วยกันเพื่อผสมพันธุ์กัน
จากการสอบถาม นายหมาด ทะเลลึก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.เกาะลิบง ผู้พบพะยูนตัวดังกล่าวเป็นคนแรก เล่าว่า ขณะนำเรือออกทะเลไปยกไซหมึก ก็พบพะยูนในสภาพขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ลอยตายอยู่กลางทะเลหัวแหลมหญ้า จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ และช่วยกันนำซากขึ้นมาบนฝั่ง ก่อนจะส่งซากไปยังสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป
ขณะที่ นายประจวบ โมฆรัตน์ ผู้อำนวยการ ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 จ.ตรัง กล่าวว่า พะยูนตัวนี้ ถือเป็นตัวที่ 3 ในรอบปี 2555 ที่ตายลง ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้พบพะยูนเพศเมีย อายุ 2-3 ปี หนัก 60-70 กก. ตายกลางทะเลตรัง ที่บริเวณเขตรอยต่อระหว่างเขาน้อย-หาดหยงหลิง หมู่ที่ 6 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง โดยมีบาดแผลถูกทุบด้วยของแข็งที่บริเวณหัว
สำหรับสถานการณ์พะยูนเฉพาะในพื้นที่ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าพะยูนขนาดใหญ่ที่สุดนั้น จากการสำรวจล่าสุดพบว่า เหลืออยู่ประมาณ 60 ตัว ขณะที่สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต ได้ทำการสำรวจพบว่า ปัจจุบันมีพะยูนเหลืออยู่ใน จ.ตรัง ประมาณ 115-120 ตัว ส่วนเมื่อปี 2552 มีสำรวจพบ 130 ตัว ซึ่งมีแนวโน้มว่า พะยูนใน จ.ตรัง จะลดลง แต่ไปเพิ่มที่ จ.กระบี่ แทน
ทั้งนี้ สาเหตุที่พะยูนอพยพย้ายถิ่นไปจากพื้นที่ จ.ตรัง มีสาเหตุมาจากหลายส่วน ทั้งปัญหาที่หญ้าทะเลลดลงประมาณ 20 % หรือผลกระทบจากตะกอนที่เกิดจากการขนส่งทางทะเล รวมทั้งปัญหาการเปิดหน้าดิน การชะล้างมาจากบนบก และฤดูกาลของหญ้าทะเลบางชนิดที่มีวงจรการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน จึงอาจเป็นสาเหตุให้พะยูนอพยพย้ายถิ่นไปหากินในทะเล จ.กระบี่ แทน ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ช่วยกันอนุรักษ์ หรือมีมาตรการที่ชัดเจน อนาคตพะยูนใน จ.ตรัง ก็จะสูญพันธุ์หมดไป ถือเป็นวิกฤติที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก







