
นายกฯชมทบ.จัดเต็มซ้อมรบ"คชสีห์ 2012"
ยิ่งลักษณ์ ร่วมชม กองทัพบก ฝึกร่วมไทย-สิงคโปร์ "คชสีห์ 2012" ที่ จ.สระแก้ว พร้อมแลกเปลี่ยนยุทธวิธีการรบ โดยใช้กระสุนจริง
ยิ่งลักษณ์ ร่วมชม กองทัพบก ฝึกร่วมไทย-สิงคโปร์ "คชสีห์ 2012" ที่ จ.สระแก้ว พร้อมแลกเปลี่ยนยุทธวิธีการรบ โดยใช้กระสุนจริง
ที่จ.สระแก้ว เมื่อเวลา 14.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาร่วม 1.30 นาที ในการชมการแสดงศักยภาพและสมรรถนะยุทโธปกรณ์ และ การฝึกการเข้าตีด้วยกระสุนจริงของกองพันผสม ไทย – สิงคโปร์ ที่สนามฝึกซ้อมรบบ้านภักดีแผ่นดิน อ.วัฒนานคร ร่วมกับ ดร.โมฮัมหมัด มาลิกิ บินออสมาน เลขาธิการรัฐสภาอาวุโส ด้านการป้องกันและพัฒนาฯ และ พล.ต.ราวินเดอร์ ซิงห์ ผบ.ทบ.สิงคโปร์ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ไทยให้การต้อนรับ นอกจากนั้น ยังมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และผู้บังคับหน่วยของกองทัพบก เข้าร่วมชมจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแสดง มีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวน 50 คน ได้เตรียมดอกกุหลาบมามอบให้ นส.ยิ่งลักษณ์ บริเวณพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ แต่เจ้าหน้าที่ได้ขอให้อยู่ในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ พร้อมทั้งได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดยรอบบริเวณ ทั้งนี้ หลังจาก นส.ยิ่งลักษณ์ ได้ชมนิทรรศการของ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2รอ.) จบ ได้นั่งรถเกราะล้อยาง BTR -3E1 หมายเลข 94238 กับ พล.อ.ประยุทธ์ และ ผบ.ทบ.สิงคโปร์ จากบริเวณงานขึ้นไปบริเวณเนินคนดูที่อยู่ถัดขึ้นไป โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ นส.ยิ่งลักษณ์ แวะตรวจเยี่ยมแนวกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ที่กำลังเตรียมพร้อม พร้อมตรวจแนวรถเกราะ BTR-3E1 และ รถเกราะ Terrex ของสิงคโปร์ พร้อมทั้งปืนใหญ่ 105.5 ที่เข้าร่วมการฝึกครั้งนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฝึกครั้งนี้ได้เตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งการจัดโดดร่ม การแสดงป้ายต้อนรับกลางสนามฝึกรบ และการสาธิตการปฏิบัติการในรูปแบบของการรบแบบเคลื่อนที่เร็ว ทั้งการยิงโจมตีจากฮ.คอบบีร้า การปฏิบัติงานของปืนใหญ่ภาคสนาม การปฏิบัติงานของอาวุธนำวิธี towการปฏิบัติงานของรถถัง scorpion และ M 48 A 5 การปฏิบัติของการต่อสู้รถถังขนาดกลาง และเครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ 40 มม. AGL การปฏิบัติงานของรฃการปฏิบัติงานของรถสายพานลำเลียพงพล M113 A2 การปฏิบัติงานของ BRT-3 E1 และการแสดงสมรรถนะของ ฮ. แบล็คฮอล์ค จากนั้น เป็นการฝึกเข้าตีกระสุนจริงของกำลังผสมไทย – สิงคโปร์ โดยมีการโชว์ศักยภาพระบบการยิงอย่างยิ่งใหญ่ โดยจำลองการสาธิตเข้าโจมตีเป้าหมายของข้าศึกจนประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ระหว่างการฝึก กระแสลมค่อนข้างแรงทำให้การยิงอาวุธนำวิถีพลาดเป้าบ้าง และ บางลูกยังไม่ระเบิดเนื่องจากเก็บรักษาเป็นเวลานาน พร้อมกันนั้น ปืนใหญ่ ที่ทำการยิง รวมถึงรถเกราะ มีอายุการใช้งานมานาน บางรุ่นเข้าประจำการตั้งแต่ปี 03 แต่มีการบำรุงรักษายังสามารถที่จะใช้งานได้
พ.อ.ปิยะพงษ์ กลิ่นพันธ์ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ( ร.12 รอ.) ได้บรรยายการฝึกว่า การทำการรบของกองพันยานเกราะถือว่ามีความคล่องตัว เข้าโจมตีในที่หมายได้รวดเร็ว ปัจจุบัน พล.ร.2 รอ. มี BRT ประการอยู 2 กองพัน ประจำ ร.2 รอ.และ ร.21 รอ. เรามีความต้องการอีก 1 กองพันก็จะทำให้มี 3 กองพัน ประกอบเป็น กองพลยานเกราะเต็มรูปแบบ ตามแผนที่เราได้วางไว้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการรับชมการ กองพลทหารราบยานเกราะสาธิตการโจมตีพื้นที่เป้าหมายว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มารับชมการฝึกของกองทัพบกไทยและกองทัพบกสิงคโปร์อย่างใกล้ชิด ถือเป็นครั้งแรกของดิฉันที่ได้เดินด้วยรถยานเกราะล้อยาง บีทีอาร์-3อี1 ถือเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ของกองทัพ โดยหลังจากได้รับชมก็เห็นถึงแสนยานุภาพและกำลังพลของกองทัพบก แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความตั้งใจมุ่งมั่นแนวแน่ในการฝึกซ้อมและเตรียมแนวทางในการป้องกันรักษาเอกราชของชาติ ทั้งนี้ ขอชื่นชมกระทรวงกลาโหม กองทัพบกสิงคโปร์ และกองทัพบกไทยที่ได้จัดทำโครงการฝึกผสมที่ได้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 ถือเป็นเวลา 14 ปี โดยการรบครั้งนี้ฝึกภายใต้สถานการณ์จริงในทุกมิติเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกันบนสถานที่จริงซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่ที่ทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมไว้อยู่เสมอ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ทุกท่านต้องได้รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความชำนาญและคุ้นเคยการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆอย่างไรก็ตาม หวังว่าการฝึกครั้งนี้จะสามารถต่อยอดในการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ระหว่างกัน รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศไทยและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นมิตรและมีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน รวมถึงความสัมพันธ์ในกลุ่มอาเซียน
“รัฐบาลมีความยินดีสนับสนุนในการสร้างความสัมพันธ์ในทุกมิติกับประเทศสิงคโปร์ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีใจ ประทับใจ ที่ทั้งสองประเทศมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพต่างๆในการฝึกกำลังพลและยุทโธปกรณ์ครั้งนี้ สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมรวมถึงรัฐบาลเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ มีความมั่นใจในกองทัพในการป้องป้องและรักษาความมั่นคงของประเทศให้มีความเข้มแข็งและรักษาเอกราชของชาติและความมั่งคง ซึ่งหลังการรับชมนิทรรศการภายในงานวันนี้ เห็นว่ากองทัพนอกจากจะเป็นเสาหลักเป็นรั้วของชาติในการปกป้องรักษาอธิปไตยความมั่นคงของประเทศแล้ว ยังเน้นความสัมพันธ์เพื่อนบ้านเพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจและเกิดการพัฒนาอาชีพ ขอชื่นชมท่าน ผบ.ทบ.และคณะในการสาธิตในวันนี้ ถือเป็นความประทับใจและความทรงจำของดิฉัน และประชาชนชาวไทยที่ได้เห็นความเข้มแข้งของทหารทุกท่านในการปกป้องอธิปไตย ขอให้เข้มแข็ง อย่างคำที่ว่า “ทหารของพระราชาและทหารของประชาชน” นายกฯ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการฝึกครั้งนี้ถือได้ว่า มีการสาธิตการยิงกระสุนจริงเต็มอัตรา ทั้งใช้ปืนใหญ่ ปืนกล จรวดนำวิถี กระหน่ำยิงต่อเป้าหลอก ที่อยู่ในสนามรบหลายร้อยลูก โดย นส.ยิ่งลักษณ์ ได้นั่งนิ่งและให้ความสนใจ ไม่แสดงอาการระคายหูต่อเสียงปืนที่ดังตลอดการฝึกแต่อย่างใด นอกจากนี้ หลังเสร็จการชมการสาธิตการเข้าตีทางยุทธวิธี พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบ รถยานเกราะล้อยาง บีทีอาร์-3อี 1 จำลองให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อเป็นที่ระลึก โดยก่อนเดิยทางกลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เปลี่ยนเสื้อมาใส่แจ็คเก็จลายพรางที่ทางหน่วยในพื้นที่เตรียมให้ โดยนส.ยิ่งลักษณ์ได้เปลี่ยนแจ็คเก็ต สีเขียวเป็นลายพรางก่อนเดินทางกลับในทันที







