
"ป๋าเปรม" ออกโรงสัญญาณไม่ปรองดอง"คนไม่ดี"
ปรากฏตัวครั้งแรก พล.อ.เปรมติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษส่งสัญญาณ “แรง” ท่ามกลางสถานการณ์“ร้อน” แบบมีนัยสำคัญ
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
ปรากฏตัวครั้งแรก พล.อ.เปรมติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษส่งสัญญาณ “แรง” ท่ามกลางสถานการณ์“ร้อน” แบบมีนัยสำคัญ ระหว่างการบรรยายในงานสัมมนาครบรอบ 12 ปี ของการก่อตั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
“ชาติ บ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครมีสิทธิยึดถือเป็นของตนเองได้ ผมเชื่อว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริงและจะปกป้องคนดี และสาปแช่งคนไม่ดี คนทรยศต่อชาติบ้านเมืองให้พินาศไป นั่นคือความเชื่อของผม ส่วนบุคคลอื่นจะเชื่อหรือไม่ขึ้นอยู่จริยธรรมและคุณธรรมของแต่ละคน”
หลังจากเก็บเนื้อเก็บตัวงดให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นที่ไหนมานาน ไม่ว่าจะเป็นวันเกิดที่ปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพเหมือนทุกปี เปิดเพียงแค่ให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม นำคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้ใต้บังคับบัญชาของกระทรวงกลาโหมเข้าอวยพรล่วงหน้าหนึ่งวัน และปฏิเสธให้สัมภาษณ์ใดๆ
การปรากฏตัวชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา มีแค่เพียงงานเลี้ยงขอบคุณศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ที่ทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น
สำหรับการปรากฏตัวครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกของ พล.อ.เปรม หลังจากถูกพาดพิงอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งคู่ขัดแย้งร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมข้อเสนอให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าพูดคุยกันเพื่อสยบความขัดแย้งในสังคม
การถูกพาดพิงอยู่หลายครั้งหลายหนระหว่างการเดินหน้ากระบวนการปรองดอง ยิ่งทำให้ “สปอตไลต์” ฉายไปยัง พล.อ.เปรม ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เรียกร้องกลางงานเสวนา “รายงานวิจัยสร้างความปรองดองแห่งชาติของสถาบันพระปกเกล้า” ให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน กมธ.ปรองดอง ออกมาระบุให้ชัดเจน ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังในการปฏิวัติ เกี่ยวข้องกับ พล.อ.เปรม หรือไม่
การก้าวออกจากถ้ำเพื่อมาส่งสัญญาณเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความดี และการตอบแทนคุณแผ่นดิน 9 ข้อ ในห้วงเวลานี้ จึงถูกตีความไปต่างๆ นานาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังคุกรุ่นในหลายประเด็น
โดยเฉพาะประโยค “สิ่งหนึ่งที่ยากกว่าและยากที่สุด คือ การรักษาความดีที่ทำให้คงอยู่กับผู้ทำตลอดไปจนกระทั่งตาย มีหลายคนในประเทศเคยทำความดีให้ปรากฏ กระทั่งได้รับการยกย่องสรรเสริญ ศรัทธา แต่ไม่สามารถรักษาความดีที่ตนทำไว้ได้ น่าเสียดายมาก”ที่ตั้งใจกระทบไปถึงใคร
สัญญาณจาก พล.อ.เปรม รอบนี้ ไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญที่เลือกจังหวะเวลาก่อนสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณารับรองรายงานจาก กมธ.ปรองดอง ซึ่งรัฐบาลพยายามเร่งรีบผลักดัน ท่ามกลางข้อกังขาจากสังคมว่าจะเป็นเพียงแค่การ “ล้างผิด” หรือ “ปูทาง” ให้นายใหญ่กลับบ้านเท่านั้น
ที่สำคัญยังพยายามสร้างความชอบธรรม หยิบยกบางส่วนจากงานวิจัยสถาบันพระปกเกล้าขึ้นมาเป็น “ธงนำ” ขับเคลื่อนใน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ
ไม่ว่าจะเป็นประเด็นนิรโทษกรรมเฉพาะคดีการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และคดีอาญาที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง เช่น การทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน
รวมถึงการเพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ทั้งหมด และไม่นำคดีที่อยู่ระหว่างกระบวนการและที่ตัดสินไปแล้วมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง
ยังไม่รวมกับกลไกอื่นๆ ที่เดินหน้าคู่ขนานไปด้วยกัน ทั้ง พ.ร.บ.ปรองดอง ร.ต.อ.เฉลิมอยู่บำรุง รองนายกฯ ออกมาโยนหินหยั่งกระแสสังคม และพร้อมจะผลักดันเดินหน้าเป็นอีกทางเลือกหากกลไกทาง กมธ.ปรองดองซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรับรองของสภาผู้แทนราษฎรต้องสะดุด
ที่ผ่านมา พล.อ.เปรม และ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกมองว่าเป็นแกนหลักของคู่ขัดแย้ง และมีเรื่องกระทบกระทั่งกันมาตั้งแต่ช่วงก่อนรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549
ไม่ว่าจะเป็นการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาจุดประเด็น “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” ระหว่างการกล่าวกับข้าราชการที่ทำเนียบรัฐบาลช่วงปลายรัฐบาลเมื่อปี 2549 ซึ่งเติมเชื้อความขัดแย้งให้ลุกลามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
สืบเนื่องมาจนถึงการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่ต่อต้านผลพวงจากการปฏิวัติรัฐประหาร พร้อมปลุกกระแสวาทกรรม “อำมาตย์-ไพร่” มาเป็นธงนำเคลื่อนไหว บานปลายไปจนเกิดการพามวลชนไปปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์
ทว่าหลังทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย กระบวนการประนีประนอมฟื้นความสัมพันธ์เริ่มเคลื่อนไหว ดังจะเห็นจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ช่วงหลังรัฐประหารที่เดินทางกลับเข้าประเทศ ได้พยายามติดต่อขอเข้าพบกับ พล.อ.เปรม อยู่หลายรอบแต่ไม่สำเร็จ ทำได้มากที่สุดก็เพียงแค่พบปะกันระหว่างร่วมงานศพมารดาของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.
แต่สัญญาณหลังพรรคเพื่อไทยได้เสียงถล่มทลายเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเริ่มดีขึ้น เมื่อบรรยากาศงานเลี้ยงขอบคุณ ศปภ.ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างชื่นมื่น ภาพการพูดคุยกันอย่างยิ้มแย้มระหว่าง พล.อ.เปรม และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ สะท้อนว่าทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น
สร้างความประหลาดใจกับเสื้อแดงสายวิชาการที่เดินหน้าเคลื่อนไหวต่อต้านการแทรกแซงของอำมาตย์อย่างหนักหน่วงก่อนหน้านี้แต่กลับมาปรองดองกับอำมาตย์ในช่วงนี้
สอดรับกับการเคลื่อนไหวของ “เสื้อแดง” และ “เพื่อไทย” ที่ลดน้ำหนัก เบนเป้าโจมตีจากเดิมที่เคยรุมถล่ม พล.อ.เปรม ในฐานะตัวแทนของ “อำมาตย์” จนแทบไม่พาดพิงแตะต้องเวลานี้
แต่เวลานี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป เมื่อกระบวนการ “ปรองดอง” เปิดทาง “นิรโทษกรรม” ที่รวบรัดอาศัยเสียงข้างมากในสภาเป็นตัวขับเคลื่อน แบบไม่มีอะไรหยุดยั้งได้
การปรากฏตัวของ “ป๋าเปรม” รอบนี้อาจจะเป็นสัญญาณสำคัญ ที่ฉุดรั้งให้ความพยายามเดินหน้า “นิรโทษกรรม” ซึ่งแฝงตัวอยู่ในคราบ “ปรองดอง” ลดความรีบเร่งลงไปได้บ้าง







