
ภาพลวงของการฟื้นตัว
ถือเป็นข่าวดีที่สร้างความมั่นอกมั่นใจแก่นักลงทุนทั่วเอเชียว่าภาคอุตสาหกรรมหลักของเอเชียกำลังเข้าสู่ภาวะฟื้นตัวแล้ว
ถือเป็นข่าวดีที่สร้างความมั่นอกมั่นใจแก่นักลงทุนทั่วเอเชียว่าภาคอุตสาหกรรมหลักของเอเชียกำลังเข้าสู่ภาวะฟื้นตัวแล้ว หลังจากที่ได้ทราบข่าวว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ช่วยสะท้อนถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมในประเทศนั้นๆ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในจีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้
โดยเฉพาะดัชนีพีเอ็มไอจีนในรอบเดือน มี.ค.นั้น ถือเป็นการขยายตัวมากที่สุดในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 53.1%
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์บนหน้าบทความออนไลน์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ซึ่งเขียนโดย อานูจา เด็บนาด กลับเห็นว่าการขยายตัวของภาคการผลิตดังกล่าวนั้น ยังมิอาจจะถือเป็นสิ่งที่น่าไว้วางใจได้ว่า ภาคอุตสาหกรรมของเอเชียกำลังจะก้าวเข้าสู่ภาวะการฟื้นตัวแล้วจริงๆ
เด็บนาด ให้เหตุผลว่า การฟื้นตัวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการแรงซื้อของตลาดในกลุ่มประเทศเกิดใหม่มากกว่า ซึ่งแรงซื้อที่เกิดจากประเทศกลุ่มนี้จะไม่นำไปสู่การขยายตัวที่ยั่งยืนและถาวรได้นัก เมื่อเปรียบเทียบกับแรงซื้อจากตลาดส่งออกหลักอย่างในยุโรปและสหรัฐ
นอกจากนี้ เมื่อลองดูปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจหลายๆ อย่างแล้วก็จะรู้ได้ทันทีว่า การฟื้นตัวของภาคการผลิตนั้นยังไม่สมบูรณ์และถือเป็นข่าวดีได้
อาทิ ตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของจีน ในไตรมาสแรกของปีนี้กลับเป็นไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับการขยายตัวของดัชนีพีเอ็มไอของจีนอีกด้วย โดยการขยายตัวไตรมาสแรกของจีน คาดว่าจะน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552
ในขณะที่ตัวเลขการส่งออกของเกาหลีใต้กลับมีตัวเลขลดลง 1.4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอีกด้วย
ทั้งนี้ ความเห็นของ เด็บนาค สอดคล้องกับความคิดของ วิษณุ วาราทัน นักเศรษฐศาสตร์ แห่งธนาคารมิซูโฮ ของสิงคโปร์ ซึ่งกล่าวว่า แม้ข่าวการฟื้นตัวของภาคการผลิตจีนจะดีขึ้น แต่ยังมิอาจถือเป็นข่าวดีเพราะสภาวการณ์ของเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังไม่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐที่ยังอ่อนแออยู่







