
ใส่แอพฯเกิน5กิ๊กแท็บเล็ตค้าง
เตือนจุดอ่อนแท็บเล็ต ป.1 ใส่เนื้อหาเยอะทำเครื่องค้าง หวั่นเด็กอารมณ์เสียขว้างทิ้ง
เตือนจุดอ่อนแท็บเล็ต ป.1 ใส่เนื้อหาเยอะทำเครื่องค้าง หวั่นเด็กอารมณ์เสียขว้างทิ้ง
แหล่งข่าวจากกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน เปิดเผยว่า พบจุดอ่อนของแท็บเล็ตจากบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ที่รัฐบาลจัดซื้อ โดยหากโหลดข้อมูลเยอะเกินไปจะทำให้เครื่องทำงานช้าลง รวมถึงอาจจะทำให้แท็บเล็ตค้าง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สเปกหน่วยความจำในแท็บเล็ตของบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป มีความจุทั้งหมด 8 กิกะไบต์ แต่จากการทดลองบรรจุเนื้อหาขนาดประมาณ 4 กิกะไบต์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำเพื่อบรรจุในเครื่อง พบว่าแท็บเล็ตยังสามารถทำงานและประมวลผลข้อมูลได้ แต่หากบรรจุข้อมูล หรือโหลดแอพพลิเคชันเพิ่มอีกเกิน 1 กิกะไบต์ จะส่งผลให้เครื่องทำงานช้าลง
“อาการที่เกิดขึ้นคือ ทำให้ระบบประมวลผลและความเร็วเครื่องไม่เสถียร หน้าจอจะทำงานหนืด ทำงานไม่ดีจนเครื่องเออเรอร์ได้” แหล่งข่าวเปิดเผย
ขณะที่ฝ่ายเทคนิคของกรรมการเสนอว่า เนื้อหาหลักสูตรยังสามารถใส่เพิ่มได้ แต่รวมทั้งหมดแล้วไม่ควรเกิน 5 กิกะไบต์ เครื่องถึงจะยังทำงานได้มีประสิทธิภาพ และต้องเตือนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ระวังการบรรจุสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น เกมและเนื้อหาความรู้ที่เด็กนักเรียนชั้น ป.1 ไม่ได้เรียน เพราะหากแท็บเล็ตประมวลผลช้า หน้าจอสัมผัสการทำงานช้า นักเรียนอาจอารมณ์เสียขว้างแท็บเล็ตหายได้
ก่อนหน้านี้ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายเปิดโอกาสให้โรงเรียนต่างๆ สามารถตั้งงบประมาณขอจัดซื้อจัดหาแอพพลิเคชันเกี่ยวกับการเรียนรู้บรรจุเข้าไปในแท็บเล็ตเพิ่มเติมได้ นอกเหนือจากหลักสูตรที่ สพฐ.จัดทำไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่าหลักสูตรของ สพฐ. อาจจะไม่ดีพอ หรือแอพพลิเคชันที่ส่วนกลางใส่ไปให้อาจจะสู้แอพพลิเคชันใหม่ๆ ไม่ได้ จึงควรจะจัดหาเพื่อเพิ่มเติมความรู้เข้าไปเสริมควบคู่กับหลักสูตรกลาง







