posttoday
สตม.ไทยจับมือ 4 ชาติเปิดเกมรุกไล่ล่าโจรต่างแดน

สตม.ไทยจับมือ 4 ชาติเปิดเกมรุกไล่ล่าโจรต่างแดน

02 เมษายน 2555

หลังเหตุการณ์ 911 สหรัฐอเมริกาได้ปรับตัวขนานใหญ่ ทั้งด้านการข่าวและการคัดกรองคนที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศ

โดย วัสยศ งามขำ

หลังเหตุการณ์ 9-11 สหรัฐอเมริกาได้ปรับตัวขนานใหญ่ ทั้งด้านการข่าวและการคัดกรองคนที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศ วิธีการหนึ่งที่อเมริกานำมาใช้ คือ การร่วมมือและประสานงานกันระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงภายในประเทศและระหว่างประเทศ ที่เรียกกันว่า Fusion Centers และวิธีการนี้เอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) บ้านเรากำลังนำมาใช้เพื่อปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ อย่างน้อยที่สุดก็มีเหตุการณ์ 4 กรณีแล้วที่การประสานงานในรูปแบบนี้ประสบผลสำเร็จจนคว้าตัวคนร้ายข้ามชาติไว้ได้

เบื้องหลังการจับกุมตัวอาชญากรข้ามชาติที่บางคนอาจจะเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง คดียาเสพติด หรือการฆาตกรรม มักเต็มไปด้วยความซับซ้อน เบื้องหลังการคลี่คลายคดีจึงเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง เรื่องนี้ พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. รับรู้ดีในฐานะที่ต้องนั่งเก้าอี้ควบคุมการไขคดีที่ได้รับการร้องขอจากต่างประเทศ

เขาจึงปรับเปลี่ยนรูปแบบของการสืบสวนให้ก้าวเข้าสู่ความเป็นอินเตอร์ ยึดแบบการรวบรวมข่าวสารของอเมริกามาใช้เป็นแบบอย่าง เพราะเชื่อว่าวิธีการเหล่านี้จะทำให้การทำงานกัดติดคนร้ายข้ามชาติได้ดีขึ้น

สตม.ไทยจับมือ 4 ชาติเปิดเกมรุกไล่ล่าโจรต่างแดน

 

ผู้การฯ ปรีชา ขยายความให้ฟังว่า ได้ให้แต่ละหน่วยงานด้านความมั่นคงมาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับรัฐบาลกลาง มีหน่วยงานเข้าไปมีส่วนร่วม 72 หน่วยงาน กระจายกันอยู่ทั่วอเมริกา เพื่อรายงานสถานการณ์ปัจจุบัน วิเคราะห์ข้อมูล ทำนายเหตุการณ์เพื่อส่งข้อมูลไปยังหน่วยเหนือ

สำหรับ สตม. กำลังนำวิธีการนี้มาใช้ ที่ผ่านมาตำรวจไทยก็ประสบผลสำเร็จในการคลี่คลายคดีด้วยวิธีการนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจับกุม อาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน สัญชาติเลบานอนสวีเดน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายเฮซบอลเลาะห์

จนกระทั่งคดีการรวบตัวแก๊งคนร้ายชาวอิหร่าน ที่ก่อเหตุระเบิดป่วนเมืองในซอยสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่มีการประสานงานกันระหว่างประเทศ จนในที่สุดตำรวจสันติบาลก็ประสานงานกับตำรวจสันติบาลมาเลเซียให้จับกุมตัว มาซุด เซดากัต ซาเด เอาไว้ได้ ซึ่งทั้งสองคดีข้างต้นได้ประสานงานกันอย่างรวดเร็วทั้งหน่วยงานภายในประเทศและระหว่างประเทศ จึงจะสามารถหยุดขบวนการคนร้ายข้ามชาติเหล่านี้ไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายยาเสพติด การค้ามนุษย์ แก๊งเงินดำ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรืออาชญากรรมรุนแรงอย่างการก่อการร้าย

นอกจากนั้นราวต้นเดือนที่ผ่านมา สตม.ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ให้ช่วยสืบสวนจับกุมตัว เจมส์ ฮาร์โรลด์ ซาร์เจน วัย 62 ปี ผู้ต้องหาพัวพันคดีค้ายาเสพติด ที่เคยถูกเอฟบีไอจับกุมได้พร้อมของกลางเป็นโคเคน น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม และเงินสดอีก 189,399 เหรียญสหรัฐ แต่หลบหนีออกจากห้องคุมขังเมื่อปี 2533 เข้ามากบดานอยู่ในเมืองไทย จนสามารถรวบตัวได้เมื่อวันที่ 24 มี.ค.

อีกเคสหนึ่งเป็นการจับกุมแก๊งลักลอบค้ามนุษย์และปลอมหนังสือเดินทางรายใหญ่ในภูมิภาค ภายใต้ปฏิบัติการที่เรียกว่า “Joint Operation Arapaima” ปฏิบัติการนี้ ตำรวจฝ่ายสืบสวนประจำสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยได้ประสานงานมายัง สตม. เพื่อร้องขอให้ร่วมปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคนร้ายข้ามชาติที่อยู่ในรูปแบบของการลักลอบค้ามนุษย์ ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และปลอมแปลงหนังสือเดินทาง

คนร้ายขบวนการนี้มีฐานในการกระทำความผิดมากถึง 4 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย โดยมีเป้าหมายคือการลักลอบเดินทางเข้าออสเตรเลีย ปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค. พร้อมกันทั้ง 4 ประเทศ ในวันและเวลาเดียวกัน แล้วยังถือเป็นปฏิบัติการที่ท้าทายอย่างมาก เพราะมีการตรวจค้นถึง 10 จุด ใน 4 ประเทศ หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจจะทำให้ปฏิบัติการล้มเหลวได้ แต่ในที่สุดผลการปฏิบัติงานประสบความสำเร็จ โดยตำรวจ ตม.ไทยได้เข้าค้นบ้านเป้าหมายภายในซอยรามคำแหง 70 เขตบางกะปิ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมของกลาง หนังสือเดินทางปลอม 16 เล่ม และอุปกรณ์การปลอมหนังสือเดินทางจำนวนหนึ่ง ส่วนการตรวจค้นในออสเตรเลีย 7 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน ขณะที่ในอินโดนีเซียและมาเลเซียไม่พบเป้าหมาย

ผู้การฯ ปรีชา บอกว่า การประสานงานกันในรูปแบบนี้ ทำให้รู้ว่าไทยยังเป็นฐานสำคัญในการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง ในขณะที่อินโดนีเซียและมาเลเซียเป็นเมืองท่าสำคัญในการส่งคนจากตะวันออกกลาง และจากปฏิบัติการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การประสานงานกันในรูปแบบของเครือข่ายระหว่างประเทศสามารถยับยั้งขบวนการผิดกฎหมายข้ามชาติได้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI