posttoday
ฉะ“เสธ.หนั่น”ผลรายงานสร้างสันติ

ฉะ“เสธ.หนั่น”ผลรายงานสร้างสันติ

30 มีนาคม 2555

เพื่อไทยฉะ“เสธ.หนั่น”ผลรายงานสร้างสันติ ด้านกมธ.ส่งรายงานปรองดองถึงมือ “สมศักดิ์” ชี้สู่ความแตกหักของคนในชาติวอนทุกฝ่ายหันหน้าปรองดอง

เพื่อไทยฉะ“เสธ.หนั่น”ผลรายงานสร้างสันติ ด้านกมธ.ส่งรายงานปรองดองถึงมือ “สมศักดิ์”  ชี้สู่ความแตกหักของคนในชาติวอนทุกฝ่ายหันหน้าปรองดอง

ฉะ“เสธ.หนั่น”ผลรายงานสร้างสันติ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวปรองดองแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เสนอให้คณะกรรมาธิการฯถอนรายงาน เพราะหวั่นจะเกิดเหตุนองเลือดว่า ขอให้ไปดูรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ส่งสภาดูได้ โดยเฉพาะในบทที่ 5 ที่เป็นผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ และบทที่ 6 เป็นข้อเสนอแนะและข้อสังเกตุของคณะกรรมาธิการ ไม่มีข้อความจะนำไปสู่การนองเลือด มีแต่เนื้อหาที่จะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นต่างหาก เพราะไม่ใช่รายงานเถื่อนตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอให้คณะกรรมาธิการฯถอนรายงานฯฉบับดังกล่าวออกไปก่อนนั้น แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยึกยัก ไม่อยากให้เกิดปรองดองขึ้นกลัวจะไม่มีที่ยืน ดังนั้นในวันที่สภาพิจารณาเรื่องนี้จะอภิปรายรายงานฉบับดังกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบ และขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมสภาว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาว่า ทางคณะกรรมาธิการฯได้ส่งรายงานผลการศึกษาถึงแนวทางปรองดองฉบับสมบูรณ์ให้แก่ประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมบรรจุระเบียบวาระญัตติศึกษาแนวปรองดองฯเข้าที่ประชุมสภา โดยมีเนื้อหา60 หน้า ประกอบด้วยคำนำ ได้กล่าวถึงเหตุความรุนแรงและความไม่สงบในประเทศในรอบหลายปีจนนำไปสู่การสูญเสียอย่างประมาณค่ามิได้ต่อสังคมและประเทศ โดยเนื้อหาที่น่าติดตามอยู่ในบทที่ 5 ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ และ บทที่ 6ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โดยบทที่ 5 ระบุถึงผลการศึกษาถึงเหตุผลของเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553โดยคณะกรรมาธิการพบว่าการสร้างกระบวนการปรองดองในประเทศไทยมีความแตกต่างจากต่างประเทศที่เหตุการณ์ความรุนแรงได้ยุติลงแล้วจึงเกิดกระบวนการปรองดอง แต่ในกรณีของประเทศไทยเป็นการสร้างความปรองดองในขณะที่คู่กรณีและสาเหตุแห่งความขัดแย้งยังคงดำรงอยู่ ที่อาจเกิดการเผชิญหน้าที่นำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงได้อีกตลอดเวลา สังคมไทยจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่จะร่วมกันนำพาประเทศก้าวความขัดแย้งครั้งนี้ไปให้ได้

รายงานยังระบุอีกว่า ส่วนประเด็นที่อ่อนไหวอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าของผู้คนในสังคมและนำไปสู่ความรุนแรงได้นั้น ขณะนี้มีประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นการปรองดอง โดยเฉพาะการนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง จำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องระมัดระวังนำเสนอประเด็นดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความขัดแย้งอันอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้อีก นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการไต่สวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในช่วงเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ที่อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างประชาชนกับกองทัพ และประเด็นที่เกี่ยวกับเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงทางการเมือง หลายฝ่ายวิพากษ์จำนวนเงินชดเชยเยียวยาที่สูงเกินไป รวมถึงประเด็นเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากรัฐบาลไม่ทำความเข้าใจให้เป็นที่ยอมรับจากสังคมได้ จะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งใหม่ของสังคม ส่วนรายงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้านั้น ได้มีข้อสังเกตและความเห็นในประเด็นต่างๆ เช่น ปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างความปรองดอง คณะกรรมาธิการฯเห็นด้วยของผลศึกษาของสถาบันพระปกเกล้าที่จะต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างความบรรยากาศแห่งการปรองดองโดยเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้มีการโอกาสถกเกียงในมุมกว้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อกันมากขึ้น ทั้งระดับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ตัวแทนทางการเมือง และระดับประชาชนในพื้นที่ เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนของสังคม

รายงานดังกล่าวระบุอีกว่า บทที่ 6ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ อาทิ คณะกรรมาธิการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ถูกสั่งสมจนทำให้เกิดความแตกแยกที่ร้าวลึกจนเกินกว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะแก้ไขโดยลำพังได้ ทุกฝ่ายในสังคมต้องร่วมมือกันบริหารความขัดแย้งให้อยู่ในกรอบของสันติวิธี สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งทุกฝ่าย ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ประชาชนทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศสู่การปรองดอง นอกจากนี้รัฐบาลและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐจะต้องใช้อำนาจบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นอีกสาเหตุนำไปสู่ความขัดแย้งนั้น ขอเสนอให้ฝ่ายที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรกำหนดประเด็นแก้ไขและนำเสนอต่อสังคม เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจ ไม่อยู่บนความหวาดระแวง ดังนั้นปัญหาความขัดแย้งและสร้างความปรองดอง ถือเป็นปัญหาเรื่องด่วนต้องทำให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด โดยคณะกรรมาธิการฯจึงเรียกร้องให้หน่วยงานหรือองค์กรอื่นที่มีอำนาจ ที่เห็นด้วยกับผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯที่นำเอาความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการและสถาบันพระปกเกล้าไปพิจารณาดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา