
กรุงเก่าเดือด!จุดไฟเผายางประท้วงถนนพัง
ชาวนครหลวงเมืองกรุงเก่าจุดไฟเผายางกลางถนนประท้วงถนนพังหลังน้ำท่วมไร้หน่วยงานรัฐแก้ไขซ่อมแซม
ชาวนครหลวงเมืองกรุงเก่าจุดไฟเผายางกลางถนนประท้วงถนนพังหลังน้ำท่วมไร้หน่วยงานรัฐแก้ไขซ่อมแซม
ชาวบ้านต.บางระกำ อ.นครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยากว่า 400 คน เปิดถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2033 ห้ามรถยนต์ทุกชนิดวิ่งผ่านพร้อมจุดไฟเผายางรถยนต์จำนวนมากตลอด 24 ชม.ตั้งแต่ค่ำวันที่ 28 มี.ค.ต่อเนื่องมาถึงวันที่ 29 มี.ค.เพื่อประท้วงถนนพังหลังน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ไขซ่อมแซมปรับปรุงถนนส่งผลทำให้ชาวบ้านกว่า 3 พันหลังคาเรือนต้องทนทุกข์กับสภาพถนนระยะทางกว่า 10 กม.ที่ผ่านชุมชน
นายสนวน สมอยู่ อายุ 80 ปี อดีตกำนันชื่อดังต.บางระกำ ซึ่งหนึ่งในแกนนำและเป็นดาวเดี่ยวไมล์โครโฟนพูดปราศัยตลอดเวลา กล่าวว่า เมื่อช่วงน้ำท่วมปลายปี 2554 ที่ผ่านมถูกน้ำท่วมอย่างหนักทำให้ถนนพังชำรุดเสียหาย ประกอบกับระยะทางประมาณ 10 กม. มีท่าเทียบเรือนขนถ่านหิน แร่ และปุ๋ยอยู่จำนวนมาก ทุกวันจะมีรถบรรทุกวิ่งผ่านไปมาทั้งกลางวันและกลางจนทำให้ถนนพังได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น ชาวบ้านเดือนร้อนเพราะฝุ่นดำจำนวนมาก การคมนาคมไม่สะดวกเพราะสภาพถนนที่ย่ำแย่ และสุขภาพของประชาชนเริ่มย่ำแย่เพราะสูดดมกันทุกวันจนหาใจไม่ออกบางรายป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจต้องย้ายไปอาศัยบ้านญาติอยู่ร้องเรียนผ่านไปหลายหน่วยงานยังไม่ได้รับการแก้ไข
ทั้งนี้กลุ่มชาวบ้านรวมตัวปิดถนนไม่ยอมให้รถบรรทุกวิ่งผ่านเพื่อเรียกร้อง ดังนี้ 1.ขอความชัดเจนว่ากรมทางหลวงชนบทที่รับผิดชอบโดยตรงจะมีงบประมาณมาซ่อมแซมถนนเมื่อไร 2.จังหวัดโดยผู้ว่าได้รับงบประมาณฟื้นฟูน้ำท่วมจำนวนมากถามว่าจะมาซ่อมถนนนี้ได้หรือไม่หรือมองว่าจุดนี้ไมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และ 3.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งขนส่งและตำรวจพร้อมฝ่ายปกครองเข้มงวดกับรถบรรทุกสินค้า โดยเฉพาะรถบรรทุกแร่ให้ดำเนินกิจการไม่ส่งกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชนและสิ่งแวดล้อมและหากไม่แก้ไขก็จะปิดถนนห้ามรถบรรทุกวิ่งผ่านต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
อย่างไรก็ตามพบว่าหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมได้พยายามชี้แจงว่าอยู่ในแผนที่จะต้องฟื้นฟูถนนหลังน้ำท่วมเช่นกันแต่ยังไม่สามารถระบุว่าจะดำเนินการซ่อมเมื่อใดแบบชัดเจนหรืออย่างเป็นทางการรวมถึงจะ งบประมาณเท่าใด หรือจะมีการจัดจ้างผู้รับเหมาได้เมื่อใดซึ่งหากไม่ได้ดำเนินการชาวบ้านก็ยังคงปิดถนนห้ามรถบรรทุกวิ่งต่อไป







