
เกษียณไม่พอกิน
ร้องหาทางเพิ่มผลตอบแทนกบข.-รัฐถังแตกหมดเงินช่วยปีละแสนล้านบาท
ร้องหาทางเพิ่มผลตอบแทนกบข.-รัฐถังแตกหมดเงินช่วยปีละแสนล้านบาท
คลังหนหมดทางช่วยเหลือสมาชิก กบข. โอดต้องใช้เงินนับแสนล้าน “โสภาวดี” จี้รัฐบาลดูแลผู้สูงอายุเป็นรูปธรรม
กรณีสมาชิกของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) นัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 27 มี.ค. เวลา 08.00 น. ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า บีบให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายของ กบข. เพื่อดูแลผลประโยชน์ของสมาชิกให้ดีขึ้นนั้น
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ประธาน กบข. กล่าวว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เรียกร้อง โดยให้กรมบัญชีกลางศึกษาว่าจะหาทางออกอย่างไรได้บ้าง ซึ่งหากได้ข้อสรุปก็พร้อมที่จะเสนอให้รัฐบาลเห็นชอบอนุมัติต่อไป
สมาชิกต้องการให้กองทุนรับประกันผลตอบแทนให้ได้ไม่น้อยกว่า 9% ต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7% นอกจากนี้ยังต้องการได้รับบำนาญหลังเกษียณอายุไม่น้อยกว่าข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก เบื้องต้นพบว่าการแก้ไขมีปัญหาอยู่มาก เพราะหากเปลี่ยนแปลงจะต้องมีผลย้อนหลังให้กับสมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งพบว่าจะต้องใช้งบจำนวนมหาศาล
“แม้สมาชิกได้บำนาญน้อยกว่า แต่จะได้ปรับเงินเดือนเร็วและมากกว่า เพราะรัฐนำเงินที่ประหยัดมาจ่ายให้” นายอารีพงศ์ กล่าว
ด้านนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ได้เสนอหลายรัฐบาลให้รับประกันผลตอบแทนของสมาชิก กบข.ไม่ต่ำกว่า 9% ต่อปี และให้ได้รับเงินบำนาญได้ไม่น้อยกว่า 70% ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย รวมถึงปัญหาได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าด้วย แต่ทุกรัฐบาลยังไม่อนุมัติเพราะจะต้องใช้งบหลักแสนล้านบาทเพื่อเยียวยาข้าราชการที่เกษียณไปแล้ว
“น่าเห็นใจเรื่องผลตอบแทน เพราะตอนตั้งกองทุนดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง 14% แต่ตอนนี้ลงมาเหลือ 2-3% จึงเป็นเรื่องยากที่จะได้สูง” นายรังสรรค์ กล่าว
น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กบข. กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมาก รัฐบาลควรจะคิดเชิงนโยบายสวัสดิการของผู้สูงอายุที่จะทำอย่างไรให้พอเพียงอยู่ในสังคมได้ เช่นการปรับเพิ่มเงินออมของสมาชิกตามกฎหมาย เพราะอัตรา 3% ใช้มานานถึง 15 ปีแล้ว ขณะที่หลายประเทศเพิ่มเป็น 10% แล้ว
นอกจากนี้ กองทุน กบข.ยังมีข้อจำกัดในการลงทุน จึงลงทุนในตราสารหนี้ 60% และตราสารทุน 40% ซึ่งตรงข้ามกับกองทุน กบข. ในต่างประเทศทำ ให้ได้ผลตอบแทนไม่มากนัก
“หากยังไม่แก้ไขปัญหาโครงสร้าง เงินที่ได้ไปจากกองทุนข้าราชการที่เกษียณไปแล้วก็อยู่ไม่ได้ดีในสังคม” น.ส.โสภาวดี กล่าว







