
ค้นเรือนจำเชียงรายพบยาเสพติด-อาวุธอื้อ
ตำรวจเชียงรายบุกค้นเรือนจำประจำจังหวัด พบยาบ้า-ไอซ์ และอุปกรณ์ดัดแปลงเป็นอาวุธจำนวนมาก
ตำรวจเชียงรายบุกค้นเรือนจำประจำจังหวัด พบยาบ้า-ไอซ์ และอุปกรณ์ดัดแปลงเป็นอาวุธจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายไพโรจน์ พันธ์แก้ว ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ รักษาการผู้บัญชาการเรือนจำเชียงราย พ.ต.อ.สงวน โรงสะอาด รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 5 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ,เจ้าหน้าที่เรือนจำ,เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จำนวน 100 นาย จู่โจมเข้าค้นเรือนจำเชียงราย ในแดน 2 ซึ่งเป็นควบคุมนักโทษคดีเด็ดขาดจำนวน 1,410 คน โดยใช้เวลาตรวจค้นนานกว่า 3 ชั่วโมง
จากการตรวจค้นพบยาเสพติด ประเภทยาบ้าจำนวน 104 เม็ด ยาไอซ์ 15 กรัม ฝิ่นสุกจำนวนหนึ่ง อุปกรณ์การเสพ และอุปกรณ์ดัดแปลงเป็นอาวุธจำนวนมาก
นายธานินทร์ กล่าวว่าการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการตรวจค้นปกติของทางเรือนจำ ซึ่งได้ปฏิบัติมาโดยตลอด ซึ่งครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จที่สามารถตรวจยึดสิ่งของผิดกฏหมายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ และยาเสพติด ทำให้เห็นว่ามีการยายามที่จะลักลอบนำสิ่งของผิดกฏหมายเข้าในเรือนจำตลอด โดยทางเรือนจำต้องหามาตรการป้องกันใหม่ที่จะไม่ให้มีการลักลอบนำสิ่งของผิดกฏหมายเข้าไปภายในเรือนจำอย่างเด็ดขาด
ด้านนายไพโรจน์ กล่าวว่า มีขบวนการที่พยามยามลักลอบส่งสิ่งของผิดกฏหมายเข้าภายในเรือนจำมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์มือถือ และยาเสพติด เป็นที่ต้องการของผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก และมีราคาสูงกว่าราคาปกติกว่า 10 เท่าตัว
"ก่อนหน้านี้ทางเรือนจำสามารถจับกุมผู้ที่พยายามขว้างปาโทรศัพท์มือถือเข้าไปในเรือนจำนวน 4 ราย ขณะนี้ได้ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ยาวดำเนินคดีแล้ว และเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาสามารถจับกุมเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำสิ่งของผิดกฎหมายเข้าสู่เรือนจำได้จำนวน 2 คน ต่อมาได้สั่งพักราชการล่าสุดทราบว่ามีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว"นายไพโรจน์กล่าว
สำหรับมาตรการป้องกันนั้นทางเรือนจำจะได้เสริมรั้วตาข่ายเหนือกำแพงให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันการขว้างปาสิ่งของเข้าไปภายในเรือนจำ และเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่จำองค์การทหารผ่านศึกตรวจตราบริเวณรอบเรือนจำตลอด 24 ชั่งโมง ส่วนของกลางที่สามารถตรวจยึดได้ในวันนี้ทางเรือนจำจะทำการสอบสวนหาตัวเจ้าของมารับโทษตามกฏหมาย ซึ่งจะต้องได้รับการเพิ่มโทษ และกักบริเวณ รวมถึงการห้ามญาติเข้าเยี่ยม ซึ่งทางเรือนจำจะเป็นผู้พิจารณาโทษดังกล่าว







