
เสนอสมัครส.ส.ร.ต้องเว้นวรรคการเมือง1-3 ปี
ฝ่ายค้าน เสนอต้องเว้นวรรคการเมือง 1-3 ปีก่อนสมัครส.ส.ร. พ่วงห้ามเครือญาตินักการเมืองลงชิงชัย ข้องใจ ทำไมเปิดช่องให้คนพ้นโทษไม่เกิน 5 ปีลงสมัครได้
ฝ่ายค้าน เสนอต้องเว้นวรรคการเมือง 1-3 ปีก่อนสมัครส.ส.ร. พ่วงห้ามเครือญาตินักการเมืองลงชิงชัย ข้องใจ ทำไมเปิดช่องให้คนพ้นโทษไม่เกิน 5 ปีลงสมัครได้
การประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มีวาระพิจารณาองค์ประกอบและคุณสมบัติสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทั้งนี้กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันในจุดเดิม คือ ให้มีส.ส.ร.จำนนวน 150 คน โดยมาจากการเลือกตั้ง 2 ระบบจากผู้สมัคร 130 คนและผู้ทรงคุณวุฒิ 20 คน และเสนอให้ผู้สมัครมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีจากเดิมในร่างแก้ไขของรัฐเสนอให้ผู้สมัครส.ส.ร.ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี นอกจากนี้ ยังต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอย่างน้อย 1 ปีเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญผ่านส.ส.ร.
เช่นเดียวกับ กมธ.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งนายอลงกรณ์ พลบุตร สส.บัญชีรายชื่อ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง นายสาธิต ปิตุเตชะ อยากให้กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครว่า ต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง และผู้สมัครต้องพ้นจากตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกพรรคจนถึงวันสมัครมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี รวมถึงห้ามผู้มีส่วนได้เสียทางตรงกับนักการเมืองทั้งพ่อแม่ พี่น้อง มาสมัครส.ส.ร. เพื่อป้องกันข้อครหา
นอกจากนี้ กมธ.พรรคประชาธิปัตย์มีข้อสังเกตว่าเหตุใดในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลไม่กำหนดข้อห้ามไม่ให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาลงสมัครส.ส.ร. โดยเกรงว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับใครหรือไม่ จึงอยากให้นำบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 102 (5) มาใส่เอาไว้ในคุณสมบัติของส.ส.ร.ที่ระบุว่า บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษยังไม่ถึง 5 ปีในวันเลือกตั้งไม่สามารถลงสมัครส.ส.ร.ได้ เพื่อป้องกันปัญหา
ขณะที่ ตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกาและนพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ กมธ.พรรคเพื่อไทยจะชี้แจงเหตุผลที่ไม่เสนอข้อห้ามนี้เพราะตำแหน่งส.ส.ร.เข้ามาทำหน้าที่เพียงไม่นาน จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามเคร่งครัดเหมือนส.ส. และเปิดโอกาสให้นักวิชาการที่ติดคุกมาลงสมัครได้
อย่างไรก็ตาม นายสามารถ ตัดสินใจชะลอการพิจารณาในส่วนนี้เอาไว้ก่อนเพื่อขอฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและให้กมธ.เสนอความเห็นแย้งมายังที่ประชุมเพื่อพิจารณากำหนดเนื้อหาต่อไป







