
ไฟเขียว"เซอร์วิสชาร์จ"รวมเป็นค่าจ้างขั้นต่ำได้
ปลัดแรงงาน ชี้ค่าเซอร์วิสชาร์จที่เก็บผ่านบิลนำไปรวมเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทได้
ปลัดแรงงาน ชี้ค่าเซอร์วิสชาร์จที่เก็บผ่านบิลนำไปรวมเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทได้
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยวได้ข้อสรุปว่า สามารถนำเซอร์วิสชาร์จในกรณีที่เรียกเก็บผ่านใบเสร็จค่าบริการมารวมเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ได้ โดยจะเริ่มมีผลวันที่ 1 เม.ย.นี้
นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า การนำเซอร์วิสชาร์จมารวมในค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ทำได้เฉพาะกรณีเรียกเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จผ่านใบเสร็จค่าบริการและโรงแรมนำมาเป็นรายได้เท่านั้น แต่หากลูกค้าของโรงแรมจ่ายค่าเซอร์วิสชาร์จแก่ลูกจ้างโดยตรง จะไม่สามารถนำมาคิดรวมเป็นค่าจ้างขั้นต่ำได้
ทั้งนี้ จะทำให้ฐานเงินเดือนของพนักงานสูงขึ้น และมีผลต่อเนื่องในการคำนวณการจ่ายโบนัส ค่าล่วงเวลา รวมถึงการปรับขึ้นเงินเดือน อย่างไรก็ตาม ในช่วงโลว์ซีซันซึ่งมีลูกค้าน้อยและไม่มีรายได้จากเซอร์วิสชาร์จ ผู้ประกอบการยังคงต้องจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด โดยเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการการเงินเอง
“หากผู้ประกอบการจะจ่ายแต่เฉพาะค่าจ้างขั้นต่ำ และงดจ่ายค่าเซอร์วิสชาร์จก็เป็นสิทธิที่ทำได้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้เขียนบังคับไว้ในเรื่องนี้ แต่ผู้ประกอบการก็ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของพนักงาน เพราะเมื่อปรับค่าจ้างขั้นต่ำแล้วกลับไม่ได้ อาจทำให้ลูกจ้างเสียขวัญและเสียกำลังใจในการทำงาน ดังนั้น นายจ้างต้องพิจารณาให้ดีว่าคุ้มหรือไม่กับผลกระทบที่ตามมา” นพ.สมเกียรติ กล่าว
น.ส.อาภรณ์ ชุนวร หัวหน้าฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ โรงแรมอัปสรา บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.พังงา กล่าวว่า ขณะนี้ความเห็นเรื่องการปรับค่าจ้างขั้นต่ำระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างยังไม่ตรงกัน โดยลูกจ้างเห็นว่าโรงแรมควรจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินเดือนล้วนๆ โดยไม่รวมค่าเซอร์วิสชาร์จ ขณะที่ฝ่ายนายจ้างเห็นว่าควรนำค่าเซอร์วิสชาร์จมารวมในค่าจ้างด้วย อย่างไรก็ตาม โรงแรมจะประชุมเพื่อสรุปอีกครั้งในวันที่ 28 มี.ค.นี้







