
เสียงสะท้อน
สถานการณ์ข่าวสารบ้านเมืองบนหน้าหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจในช่วงสุดสัปดาห์
สถานการณ์ข่าวสารบ้านเมืองบนหน้าหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจในช่วงสุดสัปดาห์ แทบทุกฉบับจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องของราคาสินค้าที่ขยับปรับตัวสูงขึ้นจนเป็นภาระของประชาชนทั้งประเทศ
“ประชาชาติธุรกิจ” พาดหัวข่าวลีดหน้าหนึ่ง “สุดอั้นธุรกิจสำลักต้นทุน ปรับราคายกแผงรับเหมาพันสัญญากระอัก” ในเนื้อหาได้อ้างอิงราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักดันให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งขยับตาม กลุ่มโรงงานผลิตเหล็กและปูนซีเมนต์รับผลกระทบหนักสุด ต้นทุนขึ้นอย่างน้อย 10% ระดับนี้ยังไม่รวมค่าจ้าง 300 บาท ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ กระทบ 4-5%
พร้อมกับบทนำของ ประชาชาติธุรกิจ ยังนำเสนอในมุมนี้ว่า ปัญหาปากท้องกำลังกลายเป็นเผือกร้อน แม้ว่าอาจไม่ถึงกับก่อความเสียหายเหมือนวิกฤตน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 แต่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งแก้ไขอาจบานปลายกลายเป็นเผือกร้อน ผสมโรงปมขัดแย้งของ 2 ขั้วการเมือง
ข่าวหน้าในตามด้วยประเด็นที่ว่า 50 บริษัทรถนำเข้าป่วน กรมศุลฯ บี้ภาษี ดันราคาเบนซ์ บีเอ็มฯ เลกซัส ขึ้น 10-15% ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องนำไปบวกเพิ่มกับราคาขาย อาจมีผลให้การขายชะลอตัวลงบ้าง
ขณะที่ กรุงเทพธุรกิจ ใช้ประเด็นราคาสินค้าแพงนำเสนอข่าวลีดหน้าหนึ่ง พร้อมกับใช้เป็นประเด็นในบทนำเช่นกัน โดยในเนื้อหาของข่าวระบุว่า รมว.คลัง กล่าวแสดงความเห็นว่าราคาสินค้าเริ่มลดลง และไม่มีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นรุนแรง
บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาราคาสินค้าแพงเช่นกัน เพียงแต่ในข่าวลีดหน้าหนึ่งนำเสนอ กระทรวงการคลังเตรียมรีดภาษีมือถือและเอสเอ็มเอสเพิ่ม เพื่อชดเชยรายได้สูญหายแสนล้านจากผลกระทบน้ำท่วม
ทั้งหมดนี้คือเสียงสะท้อนจากสื่อมวลชนไปยังรัฐบาล







