
พลังงานยันขุดน้ำมันพุทธมณฑลไร้ผลกระทบ
รมว.พลังงานยันให้สัปทานเอกชนขุดหาน้ำมันพุทธมณฑลสาย2ไม่ส่งกระทบประชาชนกำชับให้ทำตามระเบียบเคร่งครัด
รมว.พลังงานยันให้สัปทานเอกชนขุดหาน้ำมันพุทธมณฑลสาย2ไม่ส่งกระทบประชาชนกำชับให้ทำตามระเบียบเคร่งครัด
นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา ตั้งกระทู้ถามด่วนในการประชุมวุฒิสภาเรื่อง การขุดเจาะสำรวจแหล่งปิโตรเลียมบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 2 เขตทวีวัฒนา กทม. โดยนายคำนูณ กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทสำรวจปิโตรเลียมต่างชาติได้เตรียมการขุดเจาะสำรวจแหล่งปิโตรเลียมใต้ดิน บนแปลงสำรวจ บริเวณริมถนนพุทธมณฑลสาย 2 เขตทวีวัฒนา กทม. โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนขุดเจาะ ภายในเดือนมี.ค.นี้ ซึ่งสร้างความสงสัยและไม่มั่นใจ ในอนาคต ของประชาชน ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นซึ่งเป็นเขตพื้นที่สีเขียวและที่อยู่อาศัย
"รัฐบาลและกทม. ไม่ได้ชี้แจงว่า หากในอนาคตพบจำนวนปิโตรเลียมมากที่จะดำเนินการในเชิงพาณิชย์ จะกระทบต่อสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในบริเวณรอบๆ ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตรอย่างไร เหตุใดรัฐจึงให้สัมปทานในเขตพื้นที่สีเขียว ในระหว่างการขุดเจาะมีหลักประกันอย่างไรที่จะไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและ รัฐบาลได้มีการเตรียมการเยียวยาและแก้ปัญหาไว้แล้วหรือไม่อย่างไร" นายคำนูณ กล่าว
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวทางกระทรวงซึ่งได้รับอนุมัติจากครม.ให้ออกสัมปทานปิโตรเลียมให้กับบริษัทมิตราเอ็นเนอยี่ ลิมิเต็ด จากประเทศ อังกฤษ เป็นผู้สำรวจตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค 51 โดยใช้เวลาทั้งหมด 6 ปี จะเสร็จภายในปี 57 โดยพื้นที่เริ่มแรกเกือบ 4 พันตารางกิโลเมตร แต่ได้คืนพื้นที่บางส่วนไปแล้ว 50 % ซึ่งยังคงเหลืออีก 2 พันตางรางกิโลเมตรโดยครอบคลุมในส่วนกทม. นนทบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี
"การดำเนินการได้ปฏิบัติตามมาตรการาป้องกันและแก้ไขผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ภายใต้การกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มีการฉีดน้ำบนผิวดิน เพื่อป้องกันฝุ่น การติดตั้งเครื่องวัดปริมาณ ฝุ่นละอองและระดับเสียงรอบพื้นที่ สร้างรั้วรอบฐานเจาะ สังกะสีสูง 4 เมตร มีวัสดุผ้าใบ อีก 2 เมตรรวมทั้งหมด 6 เมตร แนวร่องน้ำโดยรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำรั่วไหลออกไปสู่ภายนอกได้ ทั้งนี้การก่อสร้างฐานขุดเจาะเสร็จตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมาและเริ่มขุดเจาะสำรวจเมื่อ 9 มี.ค ที่ผ่านมา โดยความลึกที่จะเจาะ 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน" รมว.พลังงาน กล่าว
รมว.พลังงาน กล่าวว่า นอกจากนี้มีคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงาน ประกอบด้วยผู้แทนจากประชาชนที่อยู่รอบๆโครงการในรัศมี 1 กิโลเมตร ส่วนราชการ สถาบันการศึกษา โดยคณะกรรมการจะตรวจสอบการทำงานของบริษัทเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งมีการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ยืนยันว่า การขุดเจาะ ได้เน้นความปลอดภัย มั่นคง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ บริษัทได้เข้าไปในพื้นที่ก็ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ไปแล้ว ถึง 2ครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายมีประชาชนที่เห็นด้วย 87 %
"สำหรับสารเคมีมีการใช้บ้าง แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่สารเคมีที่เป็นพิษ กล้ายืนยันว่าจะไม่ลงไปเจือปนน้ำประปากับน้ำทะเล 100% และหากมีอะไรเกิดขึ้นกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้เตรียมเจ้าหน้าที่ ซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าวตลอด พร้อมที่จะแก้ไข" นายอารักษ์ กล่าว







