
ศาลยืนจำคุก25ปีกำนันเป๊าะ-ส.ท.เหี่ยวจ้างวานฆ่า
ศาลพิพากษายืนจำคุก 25 ปี "กำนัน เป๊าะ" และ "ส.ท.เหี่ยว" จ้างวานฆ่ากำนันเมืองชลบุรี หลังให้ออกหมายจับไปแล้ว
ศาลพิพากษายืนจำคุก 25 ปี "กำนัน เป๊าะ" และ "ส.ท.เหี่ยว" จ้างวานฆ่ากำนันเมืองชลบุรี หลังให้ออกหมายจับไปแล้ว
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนัน เป๊าะ อดีตนายกเทศมนตรี ตำบลแสนสุข และนายภาสกร หอมหวล หรือ ส.ท.เหี่ยว สมาชิกสภาเทศบาลเมืองแสนสุข ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการใช้ จ้างวาน ให้ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกเป็นเวลา 25 ปี
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากระหว่างเดือนต.ค. - 9 มี.ค.2546 จำเลยที่ 1-2 ร่วมจ้างวานให้ นายธนาวุฒิ หรือ ติ เกิดเกียรติกุล กับพวก ฆ่า นายประยูร สิทธิโชติ หรือ กำนันยูร กำนัน ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ในราคา 3 ล้านบาท โดยนายธนาวุฒิ กับพวกตกลงรับจะไปฆ่า นายประยูร และได้วางแผนดักฆ่า หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2546 นายประยูร ได้ถูกคนร้ายที่ยังไม่ปรากฎชัดว่าเป็นใครยิงเสียชีวิต
ศาลชั้นต้น ได้พิพาษา เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2547 ให้จำคุก จำเลยทั้ง 2 คน คนละ 25 ปี โดยให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของ ศาลจังหวัดชลบุรี คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินสาธารณ ตำบลเขาไม้แก้ว จังหวัดชลบุรี เพื่อสร้างบ่อกำจัดขยะ อีก 5 ปี 4 เดือน รวมจำคุก จำเลยที่ 1 ไว้ 30 ปี 4 เดือน
ต่อมา จำเลย ทั้ง 2 ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง โดยอ้างว่า ไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง และไม่เคยมีเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อน อีกทั้ง กลุ่มมือปืนซึ่งเป็นพยานโจทก์ ยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ทำร้ายร่างกายเพื่อให้การปรักปรำ แต่ศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในวันที่ 12 ต.ค. 2548
จากนั้น จำเลย ทั้ง 2 ได้ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกา พิพากษายกฟ้อง โดยศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24ม.ค.2555 แต่เมื่อถึงเวลานัด ไม่มีผู้ใดมาศาล ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1-2 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องจึงมีเหตุอันเชื่อว่า จำเลย ทั้ง 2 จะหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ จำเลยทั้ง 2 คน มาดำเนินคดี และสั่งปรับนายประกันของ จำเลย ทั้ง 2 คน ที่ไม่สามารถส่งตัว จำเลย ได้ตามนัด พร้อมนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 12 มี.ค.นี้







