
ต้องกล้าลอยก๊าซ
ท่าทีของกระทรวงพลังงานล่าสุด เตรียมเร่งเวลาในการปรับขึ้นก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือน
ท่าทีของกระทรวงพลังงานล่าสุด เตรียมเร่งเวลาในการปรับขึ้นก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือน หรือก๊าซหุงต้มให้เร็วขึ้น จากแผนปรับโครงสร้างพลังงานของรัฐบาลเดิม ซึ่งปีนี้จะทยอยปรับขึ้นก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีแค่ในภาคอุตสาหกรรมกับภาคขนส่งก่อน และต้นปี 2556 ถึงทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือน
การตัดสินใจของกระทรวงพลังงานดังกล่าว นับเป็นเรื่องน่าสนับสนุน เพราะการบิดเบือนราคาก๊าซแอลพีจี โดยคิดราคาขายปลีกในประเทศไทยบนราคาที่ตรึงไว้ 330 เหรียญสหรัฐต่อตัน ต่ำกว่าราคาตลาดโลกมากถึง 4 เท่าตัว ซึ่งเดือน มี.ค. แอลพีจีในตลาดโลกอยู่ที่ตันละกว่า 1,200 เหรียญสหรัฐ เกิดผลเสียมากหลายด้าน เช่น ทำให้ผู้ใช้ก๊าซไม่ประหยัด ใช้ไม่มีประสิทธิภาพ การตรึงราคาไว้ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดการลักลอบนำก๊าซราคาถูกจากไทยไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน
ที่สำคัญ ต้องนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชยปีละหลายหมื่นล้าน โดยล่าสุดกองทุนน้ำมันฯ ได้ขอเพิ่มเพดานกู้เงินเพื่อใช้เป็นหลักในการเข้าชดเชยนำเข้าก๊าซ จากเพดานเงินกู้ 1 หมื่นล้านบาท เป็น 3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าหนี้ 3 หมื่นล้านบาทของกองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว จะพอชดเชยนำเข้าก๊าซได้แค่ถึงเดือน ต.ค.นี้เท่านั้น ไม่สามารถตรึงก๊าซได้ยาวถึงต้นปี 2556 ตามที่รัฐบาลกำหนด รวมทั้งต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าราคาก๊าซในตลาดโลกต้องไม่ปรับขึ้นไปสูงกว่าตันละ 1,200 เหรียญสหรัฐมาก หากราคาก๊าซโลกพุ่งขึ้นเร็ว หรืออัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐอ่อนตัวมาก ก็จะตรึงราคาก๊าซได้สั้นลง
นอกจากปัจจัยลบหลักๆ จากการตรึงราคาก๊าซยาวนานไปดังกล่าว การที่ยังตรึงราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน แต่ทยอยขึ้นก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งทุกๆ กลางเดือนละ 75 สตางค์ต่อกิโลกรัม ส่วนต่างของราคาก๊าซหุงต้มกับแอลพีจีเติมในรถยนต์ที่มากดังกล่าว อาจเป็นแรงจูงใจที่มากพอทำให้เกิดการลักลอบนำก๊าซครัวเรือนที่ได้รับการตรึงราคาไปถ่ายลงก๊าซแอลพีจีรถ ซึ่งเสี่ยงจะเกิดระเบิด สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้างอีกมาก โดยราคาก๊าซหุงต้มขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 18.13 บาท ส่วนก๊าซแอลพีจีเติมรถยนต์กิโลกรัมละ 20.38 บาท และจากนี้ไปยังต้องทยอยปรับราคาขายปลีกขึ้นทุกกลางเดือนละ 75 สตางค์ หรือใน 10 เดือนที่เหลือจะต้องปรับขึ้นอีกกิโลกรัมละ 7.50 บาท ทำให้แอลพีจีในรถยนต์สิ้นปีขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 27.88 บาท
เมื่อส่วนต่างก๊าซหุงต้ม 18.13 บาท กับแอลพีจีในรถยนต์ 27.88 บาท ห่างกันมากถึงกิโลกรัมละเกือบ 10 บาท ส่วนต่างที่มากถึงขนาดนี้ย่อมทำให้เกิดการจูงใจลักลอบถ่ายก๊าซหุงต้มมาเติมในรถยนต์แน่ เห็นได้จากแค่น้ำมันจะขึ้นพรุ่งนี้ลิตรละ 1 บาท รถยนต์ยังแห่ไปเติมน้ำมันจนเกลี้ยงปั๊ม ดังนั้นหากรัฐบาลจะทยอยขึ้นก๊าซหุงต้มเร็วขึ้นเดือน ต.ค. น่าจะช่วยลดปัญหาก๊าซระเบิดจากการลักลอบถ่ายแอลพีจีได้
สำหรับการชดเชยให้กลุ่มผู้เดือดร้อนที่เป็นผู้มีรายได้น้อยจากการปรับขึ้นก๊าซหุงต้ม รัฐบาลควรกำหนดเงื่อนไขให้รัดกุม ไม่ควรหละหลวมเหมือนเปิดช่องให้เกิดทุจริตคอร์รัปชันเหมือนที่เคยเกิดขึ้น
ดังนั้น เมื่อเทียบข้อดีข้อเสียแล้ว หากรัฐบาลมองผลระยะยาวที่จะเกิดประโยชน์ในการปรับโครงสร้างพลังงานประเทศที่จะตามมาอีกมากมาย ขอสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าทยอยลอยตัวก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือน เพื่อลบข้อครหาที่นักการเมืองชอบแก้ปัญหาระยะสั้นให้พ้นตัวไป 4 ปีที่อยู่ในอำนาจ ไม่มองประโยชน์รวมของประเทศระยะยาว







