
ญี่ปุ่นสอบตกปลอดภัยนิวเคลียร์
กูรูชี้ญี่ปุ่นสอบตกจัดการปัญหาวิกฤตนิวเคลียร์ ครบรอบหนึ่งปีเหตุการณ์สึนามิระบบความปลอดภัยไม่คืบ
กูรูชี้ญี่ปุ่นสอบตกจัดการปัญหาวิกฤตนิวเคลียร์ ครบรอบหนึ่งปีเหตุการณ์สึนามิระบบความปลอดภัยไม่คืบ
เอพีเผยรายงานพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี เหตุธรณีพิบัติภัยและสึนามิถล่มที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2554 โดยอ้างถึงความเห็นของนักวิชาการ นักวิเคราะห์ และบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานซึ่งกล่าวตรงกันว่า แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟูกุชิมาซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัยต้องเผชิญกับวิกฤตแท่งพลังงานหลอมละลาย จนลุกลามถึงขั้นเกิดกระแสต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์ทั่วประเทศ แต่รัฐบาลญี่ปุ่นและบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่สามารถจัดการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วประเทศได้
รายงานระบุว่า มาตรการหนึ่งเดียวที่รัฐบาลญี่ปุ่นนำมาใช้อย่างจริงจังภายหลังจากเกิดวิกฤตคือการสั่งปิดโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั่วประเทศ 54 โรง และสั่งตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย โดยมีเพียงโรงปฏิกรณ์ 2 โรงเท่านั้นที่เดินหน้าสร้างกำแพงป้องกันคลื่นสึนามิ ขณะที่มีเพียง 1 โรงเดินหน้าติดตั้งพัดลมระบายไฮโดรเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เตาปฏิกรณ์ระเบิดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ฮิเดยูกิ บัน หัวหน้ากลุ่มศูนย์ข้อมูลนิวเคลียร์เพื่อประชาชน กลุ่มที่ต่อต้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ กล่าวว่า การปรับปรุงความปลอดภัยที่เป็นไปอย่างล่าช้านี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทีมงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบไม่มีอิสระและมีอำนาจเพียงพอ
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน หน่วยงานตรวจสอบของประเทศญี่ปุ่นยังคงขึ้นตรงกับกระทรวงการค้าซึ่งส่งเสริมการใช้พลังงานนิวเคลียร์ แทนที่จะขึ้นตรงกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์เห็นสมควร เช่นเดียวกันกับร่างกฎหมายเพื่อเสริมอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานตรวจสอบความปลอดภัยพลังงานนิวเคลียร์ ที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ บรรดานักวิจารณ์ยังกล่าวว่า ระบบตรวจสอบที่ใช้คอมพิวเตอร์จำลองเหตุการณ์เพื่อทดสอบความทนทานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น เป็นระบบที่ขาดความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรง
มาซาชิ นาคาโน ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเฮียวโก ซึ่งศึกษาร่างกฎหมายเรื่องความปลอดภัยนิวเคลียร์ กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังติดอยู่กับปัญหาการเลือกระหว่างความปลอดภัยและการกระตุ้นอุตสาหกรรมของประเทศ
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดล้วนเห็นตรงกันว่า หากญี่ปุ่นยังไม่สามารถเดินหน้าเสริมมาตรการป้องกันวิกฤตนิวเคลียร์จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ ได้ ทางเดียวที่ทำได้ก็คือการภาวนาไม่ให้มีหายนภัยร้ายแรงเช่นวันที่ 11 มี.ค. 2554 เกิดขึ้นอีก







