posttoday
เหยื่อของอิสรภาพรับวันสตรีโลก

เหยื่อของอิสรภาพรับวันสตรีโลก

09 มีนาคม 2555

แกะรอยรักจากมือถือสางปมเหตุผัวฆ่าเมีย ทวนกระแสวันสตรีโลก

แกะรอยรักจากมือถือสางปมเหตุผัวฆ่าเมีย ทวนกระแสวันสตรีโลก

ขณะที่วันที่ 8 มี.ค.ของทุกปีสตรีทั่วโลกต่างพากันออกมาเรียกร้องทวงสิทธิเสรีภาพ และความเท่าเทียมที่พวกเธอทั้งหลายต่างพากันอ้างว่าควรได้รับ ในสิทธิเสรีภาพที่อาจถูกมองว่าเกินขอบขีดจำกัดจากฝ่ายชาย อย่างเช่นกรณีนี้ ที่สุภาพสตรีในเมืองไทยสามารถเที่ยวเตร่ได้ในยามราตรีอย่างมีอิสระเสรี ผิดไปจากสตรีในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของเรา รวมทั้งในอีกหลายๆประเทศทั่วโลก ที่พวกเธอจะยังไม่ได้รับสิทธินี้
 

เหยื่อของอิสรภาพรับวันสตรีโลก

อย่างไรก็ตามอีกฟากหนึ่งของโลกชาวบ้านในหมู่บ้านโคกขามริมถนนสาย 331 สัตหีบ-กบินทร์บุรี พื้นที่หมู่ 7 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ขณะพากันออกมาประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม ทำสวนยางพารากันตั้งแต่รุ่งเช้า ถึงกับต้องตกตะลึงหัวใจเต้นระรัว เมื่อได้มาพบกับร่างของหญิงสาวผิวขาวหน้าตาดีนางหนึ่ง ที่นอนหงายแน่นิ่งอยู่ริมทางลูกรังในสวนยางปลูกใหม่ ด้วยสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกทำร้าย
 
ทันที ที่ได้พบเห็นชาวบ้านแถบนี้สามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าเธอได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว ด้วยเหตุที่ สภาพการณ์เช่นนี้มักเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำและบ่อยครั้ง ในพื้นที่ริมทางสายเปลี่ยวแห่งนี้ ที่มักมีผู้ก่อคดีอาชญากรรมนำศพมาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าอยู่เป็นประจำ ก่อนที่จะไม่รอช้าจึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งไปยัง ร.ต.ต.ประเสริฐ เดชสุภา พนักงานสอบสวน สภ.หนองแหน เจ้าของท้องที่ให้ได้รับทราบอย่างทันท่วงที
 
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งนำโดย พ.ต.อ.วินัย จิตต์ปรุง รอง ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยกำลังฝ่ายสืบสวน และกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงแพทย์เวรจากโรงพยาบาลในท้องถิ่นมาถึง จึงได้พากันร่วมพลิกศพของเธอเพื่อหาหลักฐานต้นตอแหล่งที่มาของร่างเธอว่าเป็นใครมาจากไหน จากนั้นกระบวนการสืบสวนจึงได้เริ่มขึ้น เมื่อพบหลักฐานสำคัญชิ้นเด็ด ที่ยังคงถูกพกเหน็บติดตัวไว้ตลอดภายในกางเกง ที่คนร้ายไม่ได้นำกลับออกไปด้วย จึงเป็นช่องทางที่ไม่ยากต่อการสืบค้นสำหรับเจ้าหน้าที่อีกต่อไป

จากนั้นข้อมูลปมเหตุต่างๆ จึงได้หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาจากปลายสาย ในหมายเลขต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ทำการสืบค้นได้จากหลักฐานชิ้นนี้ โดยเฉพาะหมายเลขสำคัญที่ตัวเธอนั้นได้ใช้โทรออกเป็นสายล่าสุด ก่อนที่จะหายตัวไปนั้น ได้ถือว่าเป็นหลักฐานเด็ดในการที่จะมัดตัวผู้ร้ายปากแข็งให้ดิ้นไม่หลุดได้อย่างคามือ
 
เมื่อเพื่อนสาวของเธอรายหนึ่งได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ผู้เป็นเจ้าของโทรศัพท์เครื่องนี้กำลังถูกสามีจอมหึงซ้อมทำร้ายร่างกาย หลังจากที่พวกเธอได้พากันแอบไปท่องเที่ยวยังแหล่งสถานบันเทิงกลางเมือง ในเขตตัวจังหวัดฉะเชิงเทรา จนต้องกลับบ้านกันอย่างดึกดื่น ซึ่งถือเป็นกิจวัตรที่พวกเธอมักจะรวมตัวและพากันไปหาความสำราญยังที่นั่นอยู่บ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่จึงแน่ใจได้ว่าคนร้ายที่ลงมือโหดรายนี้นั้น คงไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนนอกไปเสียจากคนที่อยู่ใกล้ชิดกับตัวเธอแต่เพียงลำพังเท่านั้นเอง
 
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว “วิสุทธิ์ สมศรี” หนุ่มใหญ่วัย 40 ปี ชาว จ.ชุมพร ผู้เป็นสามีจอมหึง มาเค้นสอบปากคำ พร้อมด้วยแม่ยาย และพี่สาวเมีย ที่ต่างถูกเชิญมาด้วยพร้อมๆ กัน โดยหนุ่มใหญ่จอมหึงยังปากแข็งอ้างว่า ตั้งแต่วันวานจนถึงช่วงสายของวันนี้เขายังไม่ได้กลับเข้าบ้าน และยังไม่ทราบเหตุด้วยว่าภรรยาได้หายตัวไป และเพิ่งทราบก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเชิญตัวมา ซึ่งเขานั้นยังคงทำงานอยู่ในฐานะผู้มีอาชีพรับเหมาต่อเติมบ้านอยู่ที่หน้างาน
 
ขณะที่ วิลัย รุ่งศิริ วัย 65 ปี ชาว ม.5 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย ไพรินทร์ อึ้งลั้ง ผู้เป็นพี่สาวของ “น้ำอ้อย อึ้งลั้ง” สาวสวยวัย 29 ปีเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ได้ให้การเพียงว่า เขาทั้งสองได้คบหากันมาได้ 3-4 ปี และได้พากันแยกตัวออกมาเช่าห้องพักอยู่กันเพียงลำพังในซอยวัดนาคู ย่านตำบลบางพระ ในเขตตัวเมือง  โดยที่ไม่ได้ติดต่อกลับไปยังที่บ้านเกิดบ่อยนัก มีเพียงนานๆ ครั้ง ที่เหยื่อมักจะทะเลาะกันกับสามีแล้วจึงจะกลับไปอยู่ยังที่บ้านเป็นระยะ ซึ่งสาเหตุที่ทะเลาะกันส่วนใหญ่นั้น ล้วนแต่เกิดจากเรื่องของความหึงหวงจากฝ่ายชาย
 
จนคนในครอบครัวก็ยังได้เคยบอกไปด้วยว่า “หากอยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็ขอให้แยกทางจากกันไป” แต่ฝ่ายเหยื่อกลับบอกว่ายังเลิกไม่ได้ เพราะฝ่ายสามีเคยขู่เอาไว้ว่า หากเลิกจากเขาไป “จะฆ่าให้ตาย” จึงยังไม่กล้าเลิก เสียงบอกเล่าจาก วิลัยและบุตรสาวคนโต

ขณะที่ฝ่ายหนุ่มใหญ่จอมหึงโหดนั้น ยังคงปากแข็งและให้การอย่างมีพิรุธวกวน จนเจ้าหน้าที่ต้องหิ้วปีกให้พากลับมาค้นรังนอน จนพบหลักฐานที่เกี่ยวโยงให้เห็นอย่างมากมายในที่เกิดเหตุ ที่มีทั้งร่องรอยของการต่อสู้ ทั้งคราบเลือดที่ติดอยู่ตามพื้นและตัวรถกระบะของเขา จนสุดท้ายจึงต้องจำนนท์ด้วยหลักฐาน และยอมรับสารภาพคลายความปากแข็งลงในที่สุด
 
หนุ่มใหญ่ บอกว่า เขานั้นสงสัยว่าฝ่ายภรรยานั้นมีใจออกห่าง และหันไปคบกับชายอื่นขณะที่ไปเที่ยวยังในสถานบันเทิง จึงได้รู้สึกหึงหวงและมักแอบหนีไปเที่ยวในขณะที่เขาไม่อยู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากเขาต้องออกไปประกอบอาชีพรับเหมา ส่วนฝ่ายหญิงนั้นไม่ได้ทำงานอะไรโดยให้อยู่แต่กับบ้านเฉยๆ เมื่อกลับมาบ้านไม่พบภรรยา และยังเห็นว่าภรรยากลับเข้าบ้านในเวลาดึกดื่นอยู่บ่อยครั้ง จึงได้ต่อว่ากันอย่างรุนแรง จนมีปากเสียงกัน และยังอ้างด้วยว่าฝ่ายภรรยาเป็นฝ่ายที่ลงมือก่อน ด้วยการใช้มีดแหลมปลอกผลไม้ไล่แทงตนเองจึงได้หลบออก ก่อนที่จะผลักร่างของฝ่ายภรรยาจนล้มลง ศีรษะไปกระแทกกับขอบเตียงจนเห็นเป็นบาดแผลลึกที่ศพ
 
จากนั้นจึงได้ใช้ผ้าขนหนูรัดคอจนแน่นิ่ง เงียบไป ก่อนที่จะนำร่างของภรรยาใส่บนรถยนต์กระบะ แล้วขับไปตามเส้นทางอย่างไร้จุดหมาย จนในที่สุดจึงได้ตัดสิ้นใจที่จะทิ้งร่างของเมียรักลงยังที่เกิดเหตุ เพราะเห็นว่าเป็นพื้นที่เปลี่ยวไม่มีบ้านคนก่อนที่จะหลบหนีไป และกลับไปทำงานรับเหมาตามเดิมเพื่อให้ดูคล้ายกับว่าไม่ทราบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น 
 
หลังสิ้นคำรับสารภาพเจ้าหน้าที่ได้พาตัว ผัวจอมหึงโหดรายนี้ไปชี้ยังจุดเกิดเหตุที่นำศพ ร่างของเมียรักไปวางทิ้ง โดยก่อนไปหนุ่มใหญ่ยังคงไม่ลืมที่จะทำการปลดปล่อยนกเขาในกรงที่เลี้ยงไว้ให้เป็นอิสรภาพ ก่อนที่ตนเองจะเป็นฝ่ายที่จะเข้าไปอยู่ในกรงแทนอีกด้วย
 
เมื่อสิทธิเสรีภาพที่ได้รับมานั้น ถูกนำไปใช้อย่างฟุ่มเฟือยโดยไร้ขอบขีดจำกัด สตรีไทยไม่รักนวลสงวนตัว หรือยึดมั่นตนเองให้อยู่ในสถาบันครอบครัว จึงอาจเป็นต้นเหตุสำคัญอีกด้านหนึ่งของปัญหาสังคม จนบ่อนทำลายสถาบันครอบครัวลงได้ และก็อาจะต้องมีจุดจบลง อย่างเช่นคดีนี้อีกก็เป็นได้

 
 

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้