
สูตรปรองดองพระปกเกล้า ชงนิรโทษกรรมหลายระดับ
ร่างรายงานวิจัยฉบับย่อการสร้างความปรองดองแห่งชาติของสถาบันพระปกเกล้า เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
หมายเหตุ : ร่างรายงานวิจัยฉบับย่อการสร้างความปรองดองแห่งชาติของสถาบันพระปกเกล้า เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร มีสาระสำคัญดังนี้
1.ระยะสั้น
ประเด็นสาระในการสร้างความปรองดองระยะสั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การใช้ความรุนแรงยุติลง ประกอบไปด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้
-ควรเปิดเผยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสาธารณะภายในเงื่อนไขของเวลาที่เหมาะสม
จะต้องไม่มีการระบุตัวบุคคลในเหตุการณ์ต่างๆ
วัตถุประสงค์ของการเปิดเผยความจริงนี้ต้องเป็นไปเพื่อให้ศึกษาปรากฏการณ์ให้สังคมได้เรียนรู้บทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีต และหามาตรการเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก
สนับสนุนส่งเสริมบทบาทของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ให้ค้นหาความจริงของเหตุการณ์รุนแรงให้แล้วเสร็จภายในเวลา 6 เดือน
1.2 การให้อภัยผ่านกระบวนการนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่รัฐและผู้บังคับบัญชา ตลอดจนผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อย
ทางเลือกที่ 1 ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมดทุกประเภท ทั้งคดีการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคดีอาญาที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง เช่น การทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน
ทางเลือกนี้ถือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเสมือนว่าไม่เคยมีการกระทำความผิดนั้นๆ ขึ้นมาก่อน หากผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการต้องระงับการสอบสวนหรือฟ้องร้องแล้วแต่กรณีนั้นเสีย แต่หากได้ถูกฟ้องร้องต่อศาลแล้วพนักงานอัยการต้องถอนฟ้อง ถ้าพนักงานอัยการไม่ถอนฟ้อง เมื่อจำเลยร้องขอศาลก็จะพิพากษายกฟ้องหรือจำหน่ายคดีไป และสิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปด้วย
หากคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในศาลแล้วผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำหรือหากผู้กระทำความผิดกำลังรับการลงโทษก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง และให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดมาก่อนเลย
ลักษณะการนิรโทษกรรมเช่นนี้ มีปรากฏในประเทศที่มีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง เช่น เกาหลีใต้ โมร็อกโก ทั้งนี้มีข้อสังเกต หากเลือกใช้แนวทางนี้จะไม่ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จากความผิดพลาด และอาจก่อให้เกิดความ “เคยชิน” ต่อการไม่ต้องรับโทษ จึงต้องมีกระบวนการค้นหาความจริงควบคู่ไปด้วย เช่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร รวันดา
ทางเลือกที่ 2 ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเฉพาะคดีการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนความผิดอาญาอื่นซึ่งแม้จะมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองจะไม่ได้รับการยกเว้น เช่น การทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน
นิรโทษกรรมเฉพาะการกระทำที่มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง คือ ความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนความผิดทางอาญาอื่นแม้จะมีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง เช่น การทำลายทรัพย์สิน การลักทรัพย์ ย่อมยังต้องอยู่ในกระบวนการพิจารณาต่อไป
อย่างไรก็ตาม คณะผู้วิจัยได้พิจารณาแล้วเห็นว่าทั้งสองทางเลือกควรไม่ให้มีการนิรโทษกรรมกรณีความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติต่อไป
1.3 การเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาจากกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)
ทางเลือกที่ 1 ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาด้วยกระบวนการยุติธรรมตามปกติที่มีอยู่ โดยให้เฉพาะผลการพิจารณาของคตส.สิ้นผลลง และโอนคดีทั้งหมดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการใหม่ แต่ไม่กระทบถึงคดีที่ถึงที่สุดแล้ว
ข้อดี คือ สังคมไม่รู้สึกว่าเป็นความยุติธรรมของผู้ชนะเท่านั้น สร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันตุลาการ โดยสิ่งที่ดำเนินการไปแล้วในกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ดำเนินต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องมีการยกเลิกเพิกถอนใดๆ
ทางเลือกที่ 2 ให้เพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการโดย คตส.ทั้งหมด และให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปกติ โดยให้ถือว่าคดีดังกล่าวไม่ขาดอายุความ
ข้อดี คือ ผู้ถูกตัดสินตามคำพิพากษาและมวลผู้สนับสนุนรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรมคืนมา
ทางเลือกที่ 3 ให้เพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการโดย คตส.ทั้งหมด และไม่นำคดีที่อยู่ระหว่างกระบวนการและที่ตัดสินไปแล้วมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง
ข้อดี คือ สถาบันตุลาการถูกกันออกจากจุดที่มีข้อเคลือบแคลงสงสัย ทำให้ดำรงรักษาความเป็นกรรมการกลางที่เป็นอิสระได้
1.4 การกำหนดกติกาทางการเมือง ซึ่งอาจรวมถึงการแก้ไขกฎหมายหลัก/รัฐธรรมนูญ
นับแต่มีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และผลในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติจะเห็นได้ว่ายังมีประเด็นที่มิได้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แม้ต่อมาจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยอาศัยประสบการณ์จากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 แต่ปรากฏว่าเป็นการสร้างปัญหาใหม่ขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาหาข้อสรุปต่อประเด็นที่อาจจะขัดต่อหลักนิติธรรมและความเป็นประชาธิปไตย และต้องหลีกเลี่ยงการสร้างความยุติธรรมของผู้ชนะ
2.ระยะยาว
เพื่อป้องกันมิให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นมาอีกในอนาคต
2.1 การสร้างการยอมรับต่อมุมมองประชาธิปไตยที่แตกต่างกัน
จัดการด้านกระบวนทัศน์ของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความเห็นร่วมในคุณลักษณะของการปกครองระบอบประชาธิปไตยไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการพิจารณาถึงกติกาทางการเมืองที่เป็นธรรม ผ่านการพิจารณาสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญในฐานะแม่บททางการเมืองไทย
2.2 การวางรากฐานของประเทศเพื่อความเป็นธรรมในสังคม
ความล้มเหลวของประเทศไทยเกิดจากความเหลื่อมล้ำอย่างสุดขั้วในทุกมิติ ได้แก่ ด้านรายได้ ด้านสิทธิ ด้านโอกาส ด้านอำนาจ และด้านศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างแกนหลักที่ส่งผลให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างอื่นๆ ด้วย จึงต้องปรับความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เพื่อให้ประชาชนไทยทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงทรัพยากรได้มากขึ้น
2.3 การสร้างบรรยากาศแห่งการปรองดอง
แนวทางการสร้างความปรองดองจะต้องเป็นแนวทางที่ถูกผลักดันโดยรัฐบาล ต้องพิจารณาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งในรูปของตัวเงินและความรู้สึก อาทิ การยกย่องให้เกียรติผู้สูญเสีย หรือการสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นที่ระลึกถึงบทเรียนต่อเหตุการณ์ทางการเมืองของสังคมไทย
นอกจากนี้ สังคมจะต้องร่วมมือกันไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าอยู่ในสังคมที่ไม่เคารพกฎหมายและหลักนิติรัฐ อาทิ การใช้มวลชนกดดันองค์กรต่างๆ เช่น องค์กรตุลาการ ยกเลิกการก่อตั้งหมู่บ้านมวลชน ยุติความเคลื่อนไหวใดๆ ที่อาจถูกตีความได้ว่าเป็นความพยายามเปลี่ยนแปลงสถาบันพระมหากษัตริย์ และสังคมไม่ควรรื้อฟื้นเอาผิดกับการรัฐประหารในอดีต แต่ควรหามาตรการป้องกันมิให้เกิดขึ้นอีก พร้อมทั้งกำหนดโทษไว้ในประมวลกฎหมายอาญา







