posttoday
เปิดใจแม่บ้านตึกไทย กับเงื่อนไข'ทักษิณ'กลับบ้าน

เปิดใจแม่บ้านตึกไทย กับเงื่อนไข'ทักษิณ'กลับบ้าน

07 มีนาคม 2555

ไม่กลับบ้านก็ไม่เป็นไร วันนี้ผมบอกได้เลย ผมเฉยๆ แล้ว อยู่เมืองนอกผมก็สบาย แข็งแรงสดชื่นดี

โดย...ปริญญา ชูเลขา

“ไม่กลับบ้านก็ไม่เป็นไร วันนี้ผมบอกได้เลย ผมเฉยๆ แล้ว อยู่เมืองนอกผมก็สบาย แข็งแรงสดชื่นดี ไปไหนก็มีเครื่องบินส่วนตัว ไม่เดือดร้อน ไม่ให้ผมกลับก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ว่าผมห่วงประเทศ” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ : โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 5 มี.ค. 2555

แม้การเปิดใจล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านโพสต์ทูเดย์ ได้แสดงให้เห็นถึงอาการไม่ซีเรียสนักว่าจะได้กลับประเทศเมื่อไร หรือไม่ได้กลับเลย

แต่กระนั้นบรรดาแฟนคลับที่อยู่ในประเทศไทยอย่างมวลชนคนเสื้อแดง ก็มีความหวังให้อดีตนายกรัฐมนตรีของเขากลับบ้าน

เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะเพื่อนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ และเป็นมือขวาในการดูแลด้านความปลอดภัยแก่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ถูกวางให้มารักษาการเลขานายกฯ อีกตำแหน่ง ก็ออกมาฟันธงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ขวัญใจมวลชนคนเสื้อแดงจะต้องกลับบ้าน

เปิดใจแม่บ้านตึกไทย กับเงื่อนไข'ทักษิณ'กลับบ้าน

 

ทว่าจะกลับเมื่อไหร่ ภายใต้เงื่อนไขใด !?!

“ท่านกลับมาแน่นอน แต่จะเร็วจะช้าขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและเวลา เพราะสถานการณ์แต่ละช่วงแต่ละเดือนและปีเปลี่ยนไปตลอด และมั่นใจว่าเมื่อไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารและประชาชนเข้มแข็ง ตามด้วยการเปลี่ยนแปลงด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อมีความเรียบร้อยทุกอย่างทางการเมืองจะเปลี่ยนไป และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ เวลา และเงื่อนไขเปลี่ยน และยิ่งในขณะนี้กลุ่มคนที่ยัดเยียดข้อหาแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ล้วนแต่อยู่ในสภาพทรงกับทรุด จำนวนก็ลดน้อยถอยลงไป หรือมวลชนที่เคยต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เมื่อเข้าเงื่อนไขอย่างนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาแน่นอน แต่ก็ทราบว่าแม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาก็คงไม่กลับมาเล่นการเมือง

“เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไปตามระบอบประชาธิปไตย ดูได้จากประเทศเพื่อนบ้านมีการเปลี่ยนแปลงกันหมดแล้ว เช่น พม่า ที่เคยคุมตัวนางอองซานซูจี ที่เคยถูกขังก็ยังเป็นอิสระ ที่เคยกล่าวว่ากันว่าเป็นประเทศเผด็จการทหารก็ยังเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลาและเงื่อนไข”

แล้วถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา จะมีการลอบสังหารไหม? พล.ต.ต.ธวัช บอกว่า เรื่องนี้ไม่ควรประมาท ต้องระมัดระวังตัว เพราะต่างประเทศมีตัวอย่างให้เห็นที่ผู้นำออกนอกประเทศไปเงียบๆ แล้วกลับมาก็มีการลอบสังหารกัน แต่ถามว่าการลอบสังหารผู้นำนั้นไม่ใช่การแก้ไขปัญหา ยิ่งจะสร้างความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยที่ไม่มีใครปรารถนาความรุนแรงให้เกิดขึ้น ซึ่งยังเชื่อมั่นว่าการเมืองไทยคงไม่ไปไกลถึงขั้นนั้น

“แต่ก็ทราบกันอยู่ในระดับขั้วการเมืองท้องถิ่นมีการแข่งขันรุนแรง มีบ้างลอบสังหารกัน แต่สิ่งสำคัญอยากให้การเมืองไทยเหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา คือ เลือกตั้งเสร็จไม่มาตอแยกัน แต่การเมืองไทยไม่จบ ไม่ยึดกติกา แถมยังแทงข้างซ้าย แทงข้างขวา และแทงข้างหลังกัน และหากจะให้พยากรณ์การเมืองในอนาคตจะมีเพียง 2 ขั้ว คือ พรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ที่เหลือของการแบ่งฝ่าย ซึ่งแนวทางต่อสู้จะมีแค่อุดมการณ์กับนโยบายเท่านั้น”

พล.ต.ต.ธวัช กล่าวว่า สำหรับแนวทางความปรองดองเกิดขึ้นได้ แต่อยู่ที่การสื่อความหมายให้มีความชัดเจน เพราะถ้าสื่อความปรองดองไม่ชัดเจนจะทำให้มีกลุ่มคนเข้ามาบิดเบือน แทนที่การปรองดองจะเกิดขึ้นเร็วกลับช้าออกไป แต่มั่นใจว่าความปรองดองเกิดขึ้น เพราะพื้นฐานคนไทยมีจิตใจที่เมตตาและบริสุทธิ์ ดังนั้นความขัดแย้งรุนแรงของไทยไม่เหมือนกับชาติอื่นๆ ที่เกิดขึ้น อย่างในประเทศอาหรับพอมีความขัดแย้งปัง ได้เสียกันทันที รัฐบาลต่างๆ ล้มไปหมด เพราะพ่ายแพ้มวลชนที่มีความต้องการสูงกว่า แต่เมืองไทยคนส่วนใหญ่สนับสนุนความปรองดองมีมากกว่าคนไม่เห็นด้วย

สำหรับประเด็นร้อนเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ พล.ต.ต.ธวัช กล่าวย้ำว่า การแก้รัฐธรรมนูญต้องผ่านสภาอย่างแน่นอน เพราะจะมี ส.ส.ร.ที่ผ่านการเลือกตั้งมาอย่างสง่างามและมาโดยประชาชนที่จะมีหน้าที่แก้รัฐธรรมนูญ เพราะก่อนการเลือกตั้งรัฐบาลหาเสียงไว้ชัดเจนว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นของประชาชน

ในฐานะคนทำงานใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.ธวัช ขอโอกาสพูดแทนนายกรัฐมนตรีบ้าง โดยเฉพาะเสียงวิจารณ์ที่ว่านายกฯ เป็นเหมือนหุ่นเชิดพี่ชายว่า อยากพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ใช่ เพราะความผูกพันระหว่างกันธรรมดา แต่ในฐานะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่เป็นพี่เป็นน้องกัน แล้วท่านทักษิณมีประสบการณ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นรุ่นพี่ และเป็นอดีตนายกฯ ที่ประชาชนชื่นชอบ ยังเป็นผู้ที่ช่วยให้ประสบชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้จากนโยบายที่จับต้องได้ จึงทำให้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางสนับสนุน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการปรึกษาหารือระหว่างกัน

ดังนั้น ขอยืนยันว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และจากที่สังเกตการทำงาน สิ่งที่น่าชื่นชม คือ นายกฯ ควบคุมอารมณ์ได้ดี หากมีอะไรมากดดันจะควบคุมอารมณ์ได้สุขุม รอบคอบในการสั่งงานแต่ละเรื่องจะคิดถึงประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง แม้จะมีแรงเสียดทานเข้ามาเยอะ แต่ท่านนายกฯ ก็ไม่ดุ เป็นคนที่เฉียบขาด จริงจังในเรื่องงาน แต่ถ้าเป็นเรื่องงานรับรองได้ว่านายกฯ ดุทั้งที่หน้ายังสวย

“ในการดุงานระดับรัฐมนตรีหรือข้าราชการระดับสูง จะอยู่ที่ลีลาในการพูดตำหนิ งานที่มอบไปต้องแก้ไข ไม่ดุถึงขนาดทุบโต๊ะ ไม่มี แต่การแสดงออกทางสีหน้าพูดซ้ำๆ รับรองว่าในการทำงานต้องเข้มข้น แม้จะมีความแตกต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้มข้นกว่า และเป็นคนมีเมตตาในการให้อภัย และให้ไปแก้ตัว”

พล.ต.ต.ธวัช กล่าวปิดท้ายว่า ชีวิตทางการเมืองจากนี้ไปคงไม่หวังจะเป็น สส. แต่ขอเพียงได้มาทำงานการเมืองครั้งนี้ ก็เพราะต้องการทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเท่านั้น และเข้าใจสัจธรรมการแข่งขันทางการเมืองเป็นอย่างดี เพราะรับราชการตำรวจ 40 กว่าปี อยู่ในตำแหน่งผู้การดูแลจังหวัดใหญ่ 2 จังหวัด คือ นครสวรรค์ และนครศรีธรรมราช บ้านเกิดตัวเอง รู้ว่าการเมืองแข่งขันกันรุนแรงเพียงใด

“ในอดีตนักการเมืองเข้ามาไม่มีอะไรเลย แต่พอได้บริหารงานไปกลับร่ำรวยทรัพย์สมบัติมหาศาล มีพื้นที่เป็นร้อยไร่พันไร่ ที่ดินบางที่บางจุดที่เอาไม่ได้ก็ยังเอาได้” พล.ต.ต.ธวัช กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI