
เพศศึกษา
สัปดาห์นี้ รศ.ดร.นิพนธ์ เทพวัลย์ ศาสตราภิชานประจำวิทยาลัยประชากรศาสตร์
โดย...รศ.ดร. วิพรรณ ประจวบเหมาะ
สัปดาห์นี้ รศ.ดร.นิพนธ์ เทพวัลย์ ศาสตราภิชานประจำวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มานำเสนอต่อจากประเด็นที่ทิ้งทายไว้ในสัปดาห์ก่อน มีใจความดังนี้
“ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่นและเยาวชนซึ่งนำมาสู่การทำแท้ง เป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งในปัจจุบัน การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา ทั้งในเรื่องพฤติกรรมทางเพศ การชะลอการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ความรู้เรื่องเพศภาวะ และวิถีชีวิตของเพศ เพื่อก่อให้เกิดความรับผิดชอบ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพศจึงเป็นเรื่องสำคัญ
กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก ได้เคยจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแล้ว โดยสอดแทรกไว้บ้างในหลักสูตรประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เช่น ในวิชาวิทยาศาสตร์ คหกรรมศาสตร์ สุขศึกษา สังคมศึกษา และในงานแนะแนวสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการจัดการอบรมครูให้มีความรู้เรื่องเพศศึกษา และต่อมาพัฒนาเป็นการอบรมวิทยากรเรื่องเพศศึกษา เพื่อให้ความรู้และสร้างทัศนคติที่ดีต่อการสอนเรื่องเพศศึกษาให้เกิดความมั่นใจ ก่อนจะนำไปสอนในหลักสูตรตามที่กระทรวงศึกษากำหนด การอบรมนี้ได้ให้ความรู้แก่ครูในกลุ่มโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด รวม 72 จังหวัด ตั้งแต่ปี 2525–2533 และเนื่องจากชื่อวิชา ‘เพศศึกษา’ ยังมีปัญหาอยู่บ้าง จึงเปลี่ยนชื่อวิชาเป็น ‘ชีวิตครอบครัวศึกษา’ โครงการนี้ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะครูที่ผ่านการอบรมส่วนใหญ่ไม่กล้าสอน ประกอบกับวิชานี้เป็นวิชาเลือก โรงเรียนส่วนใหญ่ไม่เปิดสอนวิชานี้
ในเวลาถัดมา กระทรวงศึกษาธิการได้รับการสนับสนุนจากกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ทำโครงการนำร่อง พัฒนาคู่มือการสอน มีการอบรมครูและจัดสอนเรื่องเพศศึกษา หน่วยงานอีกหนึ่งหน่วยที่สำคัญคือ องค์การแพธ (PATH) ที่เข้ามาช่วยทั้งการพัฒนาหลักสูตร การอบรมครูระดับมัธยมศึกษา และเปิดสอนเป็นโครงการนำร่องในหลายโรงเรียนทั่วประเทศ
กระทรวงสาธารณสุขซึ่งประกาศนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2553–2557) มีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนางานอนามัยการเจริญพันธุ์ ได้กำหนดเป้าหมายในยุทธศาสตร์ที่ 2 ว่า มีระบบการเรียนรู้ การสอนทั้งในและนอกระบบการศึกษาแบบมีส่วนร่วมเรื่องเพศศึกษาและทักษะชีวิตที่รอบด้านต่อเนื่อง และคำนึงถึงบริบทสถานะเพศต่างๆ นอกจากนี้ยังกำหนดยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม ในยุทธศาสตร์การป้องกันมีเป้าประสงค์หนึ่งคือ มีหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาเพศศึกษาที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนในแต่ละช่วงวัย โดยมีครูผู้สอนที่ได้รับการฝึกอบรมพัฒนา...
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว โครงการการเรียนการสอนเพศศึกษาในปัจจุบันยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะครูที่ได้รับการอบรมส่วนหนึ่งยังไม่กล้าสอน ประกอบกับโรงเรียนไม่ได้ให้ความสำคัญกับวิชานี้มากนัก เนื่องจากไม่ได้เป็นวิชาที่เด็กจะนำไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย รวมทั้งยังไม่ได้เปิดสอนทุกโรงเรียน เนื่องจากการให้ความรู้ในเรื่องเพศศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน เป็นเรื่องสำคัญที่จัดเป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเป็นหน่วยงานหลักที่จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เริ่มจากการปรับปรุงหลักสูตรเพศศึกษาทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา โดยที่ระดับประถมศึกษาจะเป็นการสอดแทรกไว้ในวิชาต่างๆ อย่างเหมาะสม ในขณะที่ระดับมัธยมศึกษาต้องเป็นวิชาบังคับที่สอนทุกโรงเรียน มีการจัดอบรมครูผู้สอนอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง เพื่อให้มีผลต่อการเรียนการสอน โดยมีการพัฒนาคู่มือการสอนควบคู่กันไป รัฐบาลควรกำหนดนโยบายและแผนดำเนินงานด้านนี้อย่างจริงจัง โดยสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างต่อเนื่อง โครงการจึงจะสัมฤทธิผล”







