
พท.จี้ปชป.ให้ปากคำคดีหมิ่นนายกฯ
เพื่อไทยแปลกใจปชป.มอบตัวแต่ไม่ให้ปากคำคดีหมิ่นนายกฯ ยันแก้รธน.ไม่แตะหมวดสถาบัขอพันธมิตรชุมนุมสร้างสรรค์
เพื่อไทยแปลกใจปชป.มอบตัวแต่ไม่ให้ปากคำคดีหมิ่นนายกฯ ยันแก้รธน.ไม่แตะหมวดสถาบัขอพันธมิตรชุมนุมสร้างสรรค์
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า รู้สึกแปลกใจที่สมาชิกพรรคประธิปัตย์ จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่จะไม่ให้ปากคำในคดีหมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าไม่เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งที่ประชาธิปัตย์มักพูดเสมอว่าเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม จึงเห็นว่าควรให้ปากคำ อย่าเตะถ่วง อย่าออกมาพูดในลักษณะที่บั่นทอน ทำลายความน่าเชื่อถือว่าตำรวจจะไม่ให้ความเป็นธรรม ถือเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่
ส่วนกรณี น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จะฟ้องกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ ก็เป็นอาการขี้แพ้ชวนตี ถือว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยว เพราะต้องการเลี้ยงประเด็นให้เป็นกระแส การกล่าวหานายกฯ ว่าไม่มีจริยธรรม ถือเป็นการกล่าวที่เลื่อนลอย ไม่มีหลักฐาน
ส่วนกรณี น.ส.มัลลิกาจะเดินทางไปยื่นหลักฐานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อร้องทุกข์นายกฯ และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กรณีปล่อยให้มีเว็บไซต์หมิ่นสถาบันฯ ถือว่าผิดตาม มาตรา157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่มีอำนาจอาจแต่ไม่ดำเนินการยับยั้ง ขอชี้แจงว่านายกฯ ไม่ได้ละเลยมีการปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นสถาบันอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยมีมติชัดเจนว่าจะไม่มีการแตะต้องหมวดพระมหากษัติริย์อย่างเด็ดขาด กลางเดือนมี.ค. พรรคเพื่อไทยจะรณรงค์ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในการแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้งว่า พรรคเพือไทยจะไม่เข้าไปยุ่งไปชี้นำ ส.ส.ร.อย่างเด็ดขาด
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่กลุ่มสยามสามัคคีเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่เป็นห่วงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 10 มี.ค. และอยากให้กลุ่มพันธมิตรฯ ดูตัวอย่างจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่โบนันซ่า เขาใหญ่และของกลุ่มสยามสามัคคี ที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนกระทบสิทธิของคนอื่น จึงหวังว่ากลุ่มพันธมิตรฯจะชุมนุมอย่างสร้างสรรค์







