posttoday
ย้ายสรีระเกจิดังประดิษฐานยังองค์พระเจดีย์

ย้ายสรีระเกจิดังประดิษฐานยังองค์พระเจดีย์

03 มีนาคม 2555

ชาวกะลาเสเมืองตังเคลื่อนย้ายสรีระหลวงปู่เงี่ยม เกจิดังที่ละสังขารเผาไม่ไหม้ไปประดิษฐานยังองค์พระเจดีย์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา

ชาวกะลาเสเมืองตังเคลื่อนย้ายสรีระหลวงปู่เงี่ยม เกจิดังที่ละสังขารเผาไม่ไหม้ไปประดิษฐานยังองค์พระเจดีย์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา

พระเทพวิมลเมธี รองเจ้าคณะภาค 4 วัดโพทะเล จ.พิจิตร  พร้อมด้วย นายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน กำนัน ต.กะลาเส  คณะสงฆ์จากวัดชื่อดังต่างๆ ใน จ.ตรัง คณะกรรมการวัดกมลศรี ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง และชาวบ้าน กว่า 500 คน  ได้ร่วมกันประกอบพิธีเคลื่อนสรีระของ พระครูกมลวรการ หรือ หลวงปู่เงื่อม อังสุกาโร  อดีตเจ้าอาวาสวัดกมลศรี และพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง  จากที่เคยบรรจุใส่ในโลงแก้วจากศาลาการเปรียญ  ไปยังองค์พระเจดีย์วัดกมลศรี ที่มีความสูง 18 เมตร ด้วยงบประมาณ 8 ล้านบาท  ที่เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จได้ประมาณ 2 เดือน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของวัด 

ทั้งนี้ ตลอดระยะทางกว่า  100 เมตร ได้มีพิธีโยนเหรียญโปรยทาน  เพื่อเป็นการอันเชิญดวงวิญญาณของ หลวงปู่เงื่อม ไปประดิษฐานเป็นการถาวรในเจดีย์วัดกมลศรี  เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการะบูชา  อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ในระหว่างที่กำลังยกโลงแก้ว ขึ้นไปยังบนแท่นที่ประดิษฐาน ภายในองค์พระเจดีย์อยู่นั้น  ไฟฟ้าก็ได้ดับลงอย่างไม่มีสาเหตุ ทำให้ผู้ที่มาร่วมในพิธีต่างรู้สึกแปลกประหลาดใจเป็นอย่างมาก  โดยต่างเชื่อว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงปู่เงื่อม  ทั้งนี้ หลังจากประกอบพิธีเสร็จ ชาวบ้านต่างรุมกันแย่งตัดสายสิญจน์ที่ใช้ประกอบพิธี  เพื่อนำกลับไปบูชาเป็นศิริมงคลแก่ตนและครอบครัว

สำหรับ พระครูกมลวรการ หรือ หลวงปู่เงื่อม  อดีตเจ้าอาวาสวัดกมลศรี และพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ได้มรณภาพ ด้วยอายุ 82 ปี จำนวน 51 พรรษา เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2552 ที่ผ่านมา  จากนั้น ได้มีพิธีฌาปณกิจศพ เมื่อเวลาประมาณ 19.19 น. ของคืนวันที่ 4 ส.ค.52  ท่ามกลางคณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ และประชาชน ที่กำลังร่วมงานนับพันคน  ด้วยการใช้วิธียิงไฟลูกหนู จุดชนวนระเบิดกับดินประสิวภายในโลงศพ  ขณะที่สัปเหร่อได้ทำการราดน้ำมันเบนซินเพื่อเป็นเชื้อเพลิง  จนชุ่มร่างและโลงศพของ หลวงปู่เงื่อม ไว้แล้ว

อย่างไรก็ตามสุดท้ายหลังเกิดเปลวเพลิงขึ้นภายในโลงศพของ หลวงปู่เงื่อม ผ่านไปได้แค่ประมาณ 10 นาที  ก็ค่อยๆ มอดดับลง จนกระทั่งควันไฟก็จางหายไปในที่สุด  สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนที่ไปร่วมงาน  และเมื่อเข้าไปดูที่ศพของ หลวงปู่เงื่อม ก็พบว่า ไฟไม่ได้เผาไหม้ร่างกายแต่ประการใด  มีเพียงชายชีวรและผ้าขาวคลุมร่างที่ถูกไฟไหม้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับทุกคนที่ไปร่วมงานอย่างยิ่ง  ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงปู่เงื่อม ไปต่างๆ นานา  เพราะสมัยที่ยังไม่ละสังขาร ท่านก็เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีวัตรปฎิบัติที่งดงาม  และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนเป็นอย่างมาก

จากนั้น คณะศิษยานุศิษย์จึงลงความเห็นว่า ไม่ทำการเผาร่างของท่านอีกต่อไป  แต่กำหนดจัดเก็บร่างของท่านไว้ในโลงแก้ว ที่มีประชาชนร่วมกับบริจาคเงินซื้อ  และต่อมาจึงได้มีการเคลื่อนย้ายสรีระที่บรรจุในโลงแก้ว ไปประดิษฐานยังองค์พระเจดีย์  ที่หลวงปู่เงื่อม ได้ริเริ่มก่อสร้างด้วยตนเองตั้งแต่สมัยที่ท่านยังมีชีวิต  ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ประชาชนที่เคารพศรัทธาได้กราบไหว้บูชาต่อไป

 

ย้ายสรีระเกจิดังประดิษฐานยังองค์พระเจดีย์ ภาพประกอบข่าว


 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา