posttoday
คอป.หวั่นชกวรเจตน์ขยายวงเล็งเปิดเวทีกลางถกเห็นต่าง

คอป.หวั่นชกวรเจตน์ขยายวงเล็งเปิดเวทีกลางถกเห็นต่าง

03 มีนาคม 2555

คอป.เตรียมเปิดเวทีกลางให้ทุกกลุ่มมีพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นที่แตกต่าง เกรงเหตุชก “วรเจตน์” ชนวนขยายขัดแย้ง

คอป.เตรียมเปิดเวทีกลางให้ทุกกลุ่มมีพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นที่แตกต่าง เกรงเหตุชก “วรเจตน์” ชนวนขยายขัดแย้ง

นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ส่วนตัว ถึงเหตุการณ์ทำร้ายนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า เป็นประเด็นที่เปราะบางลักษณะนี้ต้องไม่เกิดขึ้นซ้ำเติม เพราะจะนำไปสู่ความรุนแรงที่ขยายวงมากขึ้นได้

ทั้งนี้ คอป.ได้ประเมินสถานการณ์พบว่าความแตกต่างทางความคิดได้แตกประเด็นไปมากขึ้น หลังจากเหตุการณ์เมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 เป็นเพราะความไม่ไว้วางใจอีกฝ่าย ทำให้เกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเตรียมเสนอกฎหมายปรองดอง และการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

 

คอป.หวั่นชกวรเจตน์ขยายวงเล็งเปิดเวทีกลางถกเห็นต่าง

“คอป.จะพิจารณาเรื่องการเปิดเวทีกลางให้แต่ละฝ่ายที่เห็นต่างได้พูดคุยแสดงความคิดเห็นโดยไม่ใช้ความรุนแรง ขณะนี้กำลังประเมินกันอยู่ว่าจะเปิดเวทีในรูปแบบใด เมื่อไร และอย่างไร” นายกิตติพงษ์ กล่าว

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน อาจารย์กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าไม่ควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบรรยากาศหรือมีแนวโน้มจะเป็นอย่างนี้

สำหรับการชกนายวรเจตน์ ขอตั้งข้อสังเกตว่าเหมือนเป็นการสร้างสถานการณ์จากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ เนื่องจากปกติแล้วคนเราถ้าจะทำความผิด ธรรมดาจะต้องหนี และไม่ต้องการให้ใครทราบว่าเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร แต่นี่กลับไม่มีความหวั่นเกรง กลับไปดักนั่งรอก่อเหตุ แล้วยังเดินทางไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่สะทกสะท้านอีก จึงรู้สึกแปลกใจ

ด้าน พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ผบก.น.1 กล่าวถึงการดำเนินคดี 2พี่น้องฝาแฝดที่ชกนายวรเจตน์ ว่า ขณะนี้ได้ปล่อยตัวชั่วคราวและนัดหมายให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 12 มี.ค. ซึ่งหากสำนวนเสร็จสิ้นแล้วก็จะส่งมอบให้พนักงานอัยการได้ทันที

สำหรับประวัติผู้ต้องหา จากการสอบถามนายสุพจน์ ศิลารัตน์ แฝดพี่ อ้างว่าเคยถูกจับเรื่องอาวุธปืนผิดมือ ส่วนนายสุพัฒน์ คนน้อง มีคดีทำร้ายร่างกาย 4 คดี และทำให้เสียทรัพย์ 1 คดี เคยถูกจำคุก 2 ครั้ง ซึ่งเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้ต้องหาให้ปากคำ แต่ต้องรอตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การทำร้ายร่างกายนายวรเจตน์ เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลในเรื่องของแนวคิด ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมือง และไม่พัฒนาเป็นความขัดแย้งบานปลาย เพราะเป็นกรณีเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นป้องกันได้ยาก เพราะคนเดินผ่านมาไม่สามารถรู้ได้ว่าใครชอบ ใครเกลียด แต่กรณีนี้ตำรวจต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้