posttoday
คอป.หวั่นชกวรเจตน์ขยายปมขัดแย้ง

คอป.หวั่นชกวรเจตน์ขยายปมขัดแย้ง

02 มีนาคม 2555

คอป.หวั่นเหตุชก “วรเจตน์” ชนวนขยายขัดแย้ง เล็งเปิดเวทีกลางให้ทุกกลุ่มมีพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นต่าง ติงการเสนอแก้รธน. ม.112 ออกกม.ปรองดองทำให้เกิดความหวาดระแวง

คอป.หวั่นเหตุชก “วรเจตน์” ชนวนขยายขัดแย้ง เล็งเปิดเวทีกลางให้ทุกกลุ่มมีพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นต่าง ติงการเสนอแก้รธน. ม.112 ออกกม.ปรองดองทำให้เกิดความหวาดระแวง

นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ กรรมการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) โพสต์ข้อความผ่านเว็ปไซต์ส่วนตัว http:// kittipong forjustice.com/ ถึงเหตุการณ์ทำร้ายนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์กลุ่มนิติราษฎรว่า แม้ผู้กระทำจะยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจ และคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่การที่ผู้กระทำบอกว่าทำร้ายนายวรเจตน์เพราะไม่เห็นด้วยที่ออกมาเคลื่อนไหวให้แก้ไขมาตรา 112 นั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ คอป.จะต้องพิจารณา “ประเด็นที่เกิดกับนายวรเจตน์ถือว่ามีความสำคัญ เพราะเป็นการเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นในเวทีเปิด ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจึงควรใช้เวทีเปิดในการแสดงความเห็นต่าง ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงตอบโต้กลับมาเช่นนี้ โดยเฉพาะในห้วงที่สถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ มีการเผชิญหน้าหรือใกล้ที่จะเผชิญหน้ากัน ทุกฝ่ายต้องมีสติ และยึดแนวทางสันติวิธีในการพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหา เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันบนความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

นายกิตติพงษ์ ระบุด้วยว่า ขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในบรรยากาศของความหวาดระแวง และมีความแตกแยกทางความคิดค่อนข้างสูง ซ้ำยังเคยผ่านความรุนแรงมาระดับหนึ่งแล้ว ประเด็นที่เปราะบางลักษณะนี้ต้องไม่เกิดขึ้นซ้ำเติม เพราะจะนำไปสู่ความรุนแรงที่ขยายวงมากขึ้นได้ จากประสบการณ์การสร้างกระบวนการปรองดองทั่วโลก หลักสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือคือ ต้องอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ใช้ความรุนแรงสำหรับบทบาทของ คอป.นับจากนี้ การป้องกันความรุนแรงซึ่งเป็นบทบาทหนึ่งที่ทำอยู่แล้ว และจะต้องพิจารณาว่าจะทำเพิ่มเติมอย่างไร โดยนายโคฟี อันนัน (อดีตเลขาธิการยูเอ็น) และ นายมาร์ตติ อาห์ติซารี (อดีตประธานาธิบดีประเทศฟินแลนด์) ได้มีข้อเสนออย่างชัดเจนว่า ควรมีไดอะล็อก (การพูดคุยสนทนา) หรือเพิ่มพื้นที่ให้กลุ่มที่เห็นแตกต่างกันได้พูดคุยกัน เพราะคนเราเห็นต่างได้ แต่ไม่ควรใช้ความรุนแรง และวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงกับผู้ที่เห็นต่างต้องหมดไป ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ความรุนแรงขยายวงมากขึ้น

นายกิตติพงษ์ ระบุอีกว่า คอป.เราได้ประเมินสถานการณ์พบว่า ความแตกต่างทางความคิดได้แตกประเด็นไปมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์เมื่อเดือน เม.ย.ถึง พ.ค.ปี 53 เป็นเพราะความไม่ไว้วางใจอีกฝ่าย ทำให้เกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเตรียมเสนอกฎหมายปรองดอง และการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ดังนั้น คอป. จะพิจารณาเรื่องการเปิด เวทีกลาง ให้แต่ละฝ่ายที่เห็นต่างได้พูดคุยแสดงความคิดเห็นโดยไม่ใช้ความรุนแรง ขณะนี้กำลังประเมินกันอยู่ว่าจะเปิดเวทีในรูปแบบใด เมื่อไร และอย่างไร

“ผมขอแสดงความชื่นชมผู้นำทางการเมืองทุกฝ่ายที่เป็นตัวอย่างที่ดี ไม่แสดงท่าทีสนับสนุนกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง ทั้งยังพยายามเรียกร้องคนในสังคมให้มีสติ เราคิดว่าถ้าสามารถประคับประคองกันด้วยเหตุผลได้เช่นนี้ จะทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายลงไปกว่าที่เป็น”นายกิตติพงษ์ระบุ


 
 

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน