
จี้ภาครัฐสร้างระบบสื่อสารน้ำท่วมกันคนเครียด
กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา จี้ภาครัฐสร้างระบบสื่อสารน้ำท่วม ป้องกันคนเครียดจากปัญหาอุทกภัย เผย น้ำท่วม 54 คนไทยสุขภาพจิตตกต่ำ
กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา จี้ภาครัฐสร้างระบบสื่อสารน้ำท่วม ป้องกันคนเครียดจากปัญหาอุทกภัย เผย น้ำท่วม 54 คนไทยสุขภาพจิตตกต่ำ
คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การสาธารณสุข วุฒิสภา และคณะอนุกมธ.การพิจารณาศึกษาปัญหาสุขภาพของคนไทยและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง จัดสัมมนา “ถอดบทเรียนน้ำท่วม 2554 : เตรียมรับมือปัญหาสุขภาพ” โดย นพ.วิจิตร ฟุ้งลัดดา หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์สังคมและสิ่งแวดล้อม คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วม 2554 พบปัญหาสำคัญ คือ คุณภาพน้ำไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้ มีสี มีกลิ่น และมีปริมาณอ๊อกซิเจนต่ำ และพบเชื้อโรคฉี่หนู ในส่วนเชื้อแบคทีเรียที่พบสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผล ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโลหิตเป็นพิษ รวมไปถึงเชื้อไวรัสต่างๆ อาทิ ไวรัสตับอักเสบเอ และโรทาไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง นอกจากนั้นยังพบยุงที่เป็นพาหะนำโรคไข้สมองอักเสบ และนำโรคเท้าช้างด้วย
"ดังนั้นในอนาคตหากเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกภาครัฐควรมีการสื่อสารให้ประชาชนมีวิธีป้องกันตนเองจากการสัมผัสน้ำเน่าเสียโดยตรง เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา" นพ.วิจิตร กล่าว
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ควรมีการเตรียมความพร้อมไม่ใช่พอน้ำมาแล้วจึงมาเตรียมความพร้อม สิ่งแรกที่เป็นสิ่งสำคัญในกรณีที่เกิดภัยพิบัติต้องมีระบบตรวจจับถ้าระบบตรวจจับไม่ได้ก็จะเกิดปัญหาเรื่องข้อมูลคาดเคลื่อน ทางกรมควบคุมโรคได้คิดแผนระบบเฝ้าระวังมี 2 ระบบใหญ่คือ 1. สถานพยาบาลซึ่งบางสถานที่น้ำท่วม ทางกรมควบคุมโรคต้องสร้างระบบขึ้นมาเสริม เพื่อป้องกัน 8 โรค อาทิโรคตาแดง โรคฉี่หนู ฯ 2. ในเรื่องของศูนย์พักพิงต้องป้องกัน 11 โรค อาทิ อุจาระร่วงเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ ตาแดงจากการติดเชื้อ
นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนเสพข่าวมากเกินไป ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล และซึมเศร้า ปัญหาสุขภาพจิตในภาวะน้ำท่วมออกเป็น 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้สูงอายุที่พบว่ามีความเสี่ยงมาก 2.กลุ่มที่เจ็บป่วยเรื้อรังหรือคนพิการที่ความแข็งแรงทางสภาพร่างกายและจิตใจน้อย 3.กลุ่มคนไข้ทางจิตเวชเดิม อาทิ คนไข้โรคจิตที่อาจมีอาการคุกคั่งได้ตลอดเวลา 4.กลุ่มที่มีการสูญเสียทั้งทางด้านทรัพย์สินและญาติพี่น้องในครอบครัว ทั้งนี้พบว่าจำนวนผู้ป่วยในกลุ่มนี้มีความเครียดสูงถึง 7% มีภาวะซึมเศร้า 9 % และมีความความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายซึ่งทางกรมสุขภาพจิตไดส่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ไปตรวจเยี่ยมทุกสัปดาห์







