
สายล่อฟ้าจ่อพบพนักงานสอบสวน
ปชป.เตรียมพบพนง.สอบสวนสน.ลุมพินี 6 มี.ค.พร้อมขอให้การในชั้นศาล มัลลิกา เตรียมฟ้องกลับยิ่งลักษณ์แจ้งความเท็จ
ปชป.เตรียมพบพนง.สอบสวนสน.ลุมพินี 6 มี.ค.พร้อมขอให้การในชั้นศาล มัลลิกา เตรียมฟ้องกลับยิ่งลักษณ์แจ้งความเท็จ
นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 6 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ตนเอง พร้อม พร้อมด้วยนายศิริโชค โสภา สส.สงขลา นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกปป. จะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน ที่สน.ลุมพินี ด้วยตัวเอง กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แจ้งความหมิ่นประมาทจากการจัดรายการสายล่อฟ้า ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายชาแนล
ทั้งนี้ แม้ตนเอง และนายศิริโชคจะมีเอกสิทธิคุ้มครองจากการเป็น สส.ก็ตาม แต่ก็จะไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อความบริสุทธิ์ใจ และจะให้กำลังใจนายชวนนท์กับน.ส.มัลลิกา ดังนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ต้องออกมาท้าทาย เพราะพวกตนมีตาดำมากกว่าตาขาว ไม่คิดใช้เอกสิทธิ์คุมครอง แตกต่างจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ลงสมัคร สส.เพื่อให้ได้เอกสิทธิ์คุ้มครองจากคดีก่อการร้ายและคดีอื่นๆ
นายเทพไท กล่าวว่า พวกตนจะไม่ให้การในชั้นหนักงานสอบสวน เพราะหากให้การไปในชั้นนี้ ก็อาจถูกทำให้คดีมีมูลได้ เหตุนี้พวกตนจึงจะให้การในชั้นศาลเลย เพราะเชื่อว่าศาลจะรับฟัง โดยเชื่อว่าคดีดังกล่าวจะไม่มีมูล เพราะสิ่งที่พวกตนพูดไปในรายการสายล่อฟ้านั้นเป็นการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะ ไม่มีถ้อยความใดที่หมิ่นประมาท แต่เป็นพรรคเพื่อไทยคิดไปไกลเองมากกว่า อีกทั้งการพูด สองแง่สองง่าม ไม่มีบทบัญญัติใดสามารถอ้างเอาความผิดได้
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนที่สน.ลุมพินี ตนเองจะไปแจ้งความกลับน.ส.ยิ่งลักษณ์ และ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และทนายความอีก 2 คน ในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยมีการบิดเบือนตัดแปะข้อความคำแถลงข่าวของตนเองเมื่อวันที่ 19 ก.พ.
จ้องยื่นป.ป.ช.ฟัน ม.157 รัฐอืดปราบเว็บหมิ่น
น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ในวันที่ 5 มี.ค. เวลา 10.30 น. ตนเอง จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครรทรรพ รมว.ไอซีที ข้อหาละเนการปฏิบัติหน้าที่ตามมกฎหมายอาญามาตรา 157 ต่อการปราบปรามเว็บไซด์หมิ่นสถาบัน โดยทั้งสองได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการสกัดกั้นป้องกันและปราบปรามเว็บหมิ่น
ทั้งนี้ ตนเองได้ยื่นรายการเว็บหมิ่น 280 ยูอาร์แอล ให้ทั้งสองไปตั้งแต่เมื่อเดือนธ.ค. 2554 แต่เมื่อตรวจสอบภายหลังเว็บไซต์ เหล่านั้นยังอยู่ในอินเตอร์เน็ตทั้งหมด นอกจากนี้มีประชาชนส่งข้อความร้องทุกข์เพิ่มเติมอีก 230 ยูอาร์แอล เมื่อรวมที่ยื่นไปแล้ว ขณะนี้มีถึงเกือบ 500 ยูอาร์แอล โดยก่อนหน้านี้ได้ยื่นนต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ไปแล้วซึ่งกำลังใกล้ครบกำหนดสอบสวน ซึ่งทั้งสองสามารถใช้อำนาจสั่งการดำเนินการได้ทันที แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับละเลยเพิกเฉย ดังนั้น ป.ป.ช.จะมีอำนาจเรียกดูการดำเนินการ ว่ามีกรณีไหนที่ได้ยื่นต่อศาลเพื่อดำเนินการไปแล้วบ้าง หากไม่มีแสดงว่าละเลยเพิกเฉย จนเป็นการกระตุ้นความเหิมเกริมของพวกจาบจ้วง
ห่วงบรรยากาศแก้รธน.ปลุกการเมืองนอกสภาระอุ
นายเทพไท ในฐานะกรรมธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวว่า จากการติดตามดูความเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา มีความน่าเป็นห่วงในส่วนกมธ.ซีกพรรคเพื่อไทย ที่บางคนเสนอรวบรัดให้พิจารณารายมาตราตั้งแต่วันแรก หากประธานกมธ.และกมธ.เห็นด้วย การแก้มาตรา 291 จะเสร็จใน15 วัน ทั้งที่กมธ.ตั้งเวลาไว้ 30 วัน ซึ่งผิดประเพณีปฏิบัติ ที่ต้องมีการถกเถียงเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ความเห็นที่หลากหลาย แต่ขณะนี้กมธ.บางคนอ้างมีข้อมูลพร้อมแก้ได้ทันที การรวบรัดไม่ฟังความเห็น จะนำมาสู่การต่อต้านจากมวลชนนอกสภาอย่างเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ บรรยากาศนอกสภามีสัญญาณความรุนแรงเกิดขึ้นจากกรณีการทำร้ายแกนนำนิติราษฎร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มบอกเหตุความขัดแย้งสังคมที่จะนำมาซึ่งความรุนแรง และหากจะมีลัทธิเอาอย่างขึ้นอีกจะน่าวิตก เพราะต่อไปจะมีกลุ่มอื่นเตรียมเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญอีกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มสยามสามัคคีแต่ดูจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มเหล่านี้ เชื่อว่าแกนนำหลายคนมีวุฒิภาวะเพียงพอในการควบคุมการชุมนุมของกลุ่มตัวเองให้อย่ในกรอกฎหมายได้ แต่หวั่นวิตกว่าจะมีกลุ่มมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ เหมือนอดีตการุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีบางกลุ่มพยายามสร้างสถานการรณ์คามรุนแรง ใช้อาวุธสงคราม ระเบิด เอ็ม 79 ยิงใส่ในที่ชุมนุม
“คนที่จะดับความรุนแรงได้ คือตัวรัฐบาลเอง ที่ต้องมีท่าทีขัดเจน ไม่ควรพูดกลับไปกลับมากรณีที่สมาชิกพท.พยายามล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 และร่างทั้งฉบับ แต่นายกฯกลับบอกไม่แก้ทั้งฉบับ จะคงไว้เฉพาะหมวดพระมหากษัตริย์ และต้องหยุดท่าทีของสมาชิกพท.ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในจุดที่แก้ไขแต่จะนำมาสู่ความขัดแย้งละละเอียดอ่อนหลายจุด เช่น กรณีการยุบศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง ทั้งนี้จุดยืนปชป.มี 3 ส่วน ที่เรียกร้องไม่แตะต้อง คือ 1.หมวดสถาบัน 2.องค์กรอิสระ และ 3.การอภัยโทษและการยกเลิกคำพิพากษาศาล หากเพื่อไทยยอมรับใน 3 จุดนี้ได้ บรรยากาศบ้านเมืองจะคลี่คลายไปในทางที่ดี”นายเทพไท กล่าว







