posttoday
สายล่อฟ้าจ่อพบพนักงานสอบสวน

สายล่อฟ้าจ่อพบพนักงานสอบสวน

02 มีนาคม 2555

ปชป.เตรียมพบพนง.สอบสวนสน.ลุมพินี 6 มี.ค.พร้อมขอให้การในชั้นศาล มัลลิกา เตรียมฟ้องกลับยิ่งลักษณ์แจ้งความเท็จ

ปชป.เตรียมพบพนง.สอบสวนสน.ลุมพินี 6 มี.ค.พร้อมขอให้การในชั้นศาล มัลลิกา เตรียมฟ้องกลับยิ่งลักษณ์แจ้งความเท็จ

นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ​กล่าวว่า วันที่ 6 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ตนเอง พร้อม พร้อมด้วยนายศิริโชค โสภา สส.สงขลา ​นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  และน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกปป. จะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน ที่สน.ลุมพินี ด้วยตัวเอง กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แจ้งความหมิ่นประมาทจากการจัดรายการสายล่อฟ้า ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายชาแนล

ทั้งนี้  แม้ตนเอง และนายศิริโชคจะมีเอกสิทธิคุ้มครองจากการเป็น สส.ก็ตาม แต่ก็จะไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อความบริสุทธิ์ใจ และจะให้กำลังใจนายชวนนท์กับน.ส.มัลลิกา ดังนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ต้องออกมาท้าทาย เพราะพวกตนมีตาดำมากกว่าตาขาว ไม่คิดใช้เอกสิทธิ์คุมครอง แตกต่างจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ลงสมัคร สส.เพื่อให้ได้เอกสิทธิ์คุ้มครองจากคดีก่อการร้ายและคดีอื่นๆ

นายเทพไท กล่าวว่า  พวกตนจะไม่ให้การในชั้นหนักงานสอบสวน เพราะหากให้การไปในชั้นนี้ ก็อาจถูกทำให้คดีมีมูลได้ เหตุนี้พวกตน​จึงจะให้การในชั้นศาลเลย เพราะเชื่อว่าศาลจะรับฟัง ​โดยเชื่อว่าคดีดังกล่าวจะไม่มีมูล เพราะสิ่งที่พวกตนพูดไปในรายการสายล่อฟ้านั้นเป็นการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะ ไม่มีถ้อยความใดที่หมิ่นประมาท แต่เป็นพรรคเพื่อไทยคิดไปไกลเองมากกว่า อีกทั้งการพูด สองแง่สองง่าม ไม่มีบทบัญญัติใดสามารถอ้างเอาความผิดได้

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ​ กล่าวว่า ในวันรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนที่สน.ลุมพินี ตนเองจะไปแจ้งความกลับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ​และ  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และทนายความอีก 2 คน ในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยมีการบิดเบือนตัดแปะข้อความคำแถลงข่าวของตนเองเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 

จ้องยื่นป.ป.ช.ฟัน ม.157 รัฐอืดปราบเว็บหมิ่น ​

น.ส.มัลลิกา  กล่าวว่า ​ ในวันที่ 5 มี.ค. ​เวลา 10.30 น. ตนเอง จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(​​ป.ป.ช.)​ เพื่อให้ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครรทรรพ รมว.ไอซีที ข้อหาละเนการปฏิบัติหน้าที่ตามมกฎหมายอาญามาตรา 157 ต่อการปราบปรามเว็บไซด์หมิ่นสถาบัน โดยทั้งสองได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการสกัดกั้นป้องกันและปราบปรามเว็บหมิ่น

ทั้งนี้  ​ตนเองได้ยื่นรายการเว็บหมิ่น  280 ยูอาร์แอล ให้ทั้งสองไปตั้งแต่เมื่อเดือนธ.ค. 2554 ​แต่เมื่อตรวจสอบภายหลังเว็บไซต์ เหล่านั้นยังอยู่ในอินเตอร์เน็ตทั้งหมด นอกจากนี้มีประชาชนส่งข้อความร้องทุกข์เพิ่มเติมอีก 230 ยูอาร์แอล เมื่อรวมที่ยื่นไปแล้ว ขณะนี้มีถึงเกือบ 500 ยูอาร์แอล โดยก่อนหน้านี้ได้ยื่นนต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ​(ดีเอสไอ) ไปแล้วซึ่งกำลังใกล้ครบกำหนดสอบสวน ซึ่งทั้งสองสามารถใช้อำนาจสั่งการดำเนินการได้ทันที แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับละเลยเพิกเฉย ดังนั้น ป.ป.ช.จะมีอำนาจเรียกดูการดำเนินการ ว่ามีกรณีไหนที่ได้ยื่นต่อศาลเพื่อดำเนินการไปแล้วบ้าง หากไม่มีแสดงว่าละเลยเพิกเฉย จนเป็นการกระตุ้นความเหิมเกริมของพวกจาบจ้วง​

ห่วงบรรยากาศแก้รธน.​ปลุกการเมืองนอกสภาระอุ ​

นายเทพไท ในฐานะกรรมธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ​กล่าวว่า  จากการติดตามดูความเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา มีความน่าเป็นห่วงในส่วนกมธ.ซีกพรรคเพื่อไทย​ ที่บางคนเสนอรวบรัดให้พิจารณารายมาตราตั้งแต่วันแรก หากประธานกมธ.และกมธ.เห็นด้วย การแก้มาตรา 291 จะเสร็จใน15 วัน ทั้งที่กมธ.ตั้งเวลาไว้ 30 วัน ซึ่งผิดประเพณีปฏิบัติ ที่ต้องมีการถกเถียงเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ความเห็นที่หลากหลาย แต่ขณะนี้กมธ.บางคนอ้างมีข้อมูลพร้อมแก้ได้ทันที การรวบรัดไม่ฟังความเห็น จะนำมาสู่การต่อต้านจากมวลชนนอกสภาอย่างเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้  บรรยากาศนอกสภามีสัญญาณความรุนแรงเกิดขึ้นจากกรณีการทำร้ายแกนนำนิติราษฎร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มบอกเหตุความขัดแย้งสังคมที่จะนำมาซึ่งความรุนแรง และหากจะมีลัทธิเอาอย่างขึ้นอีกจะน่าวิตก เพราะต่อไปจะมีกลุ่มอื่นเตรียมเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ​อีกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มสยามสามัคคีแต่ดูจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มเหล่านี้ เชื่อว่าแกนนำหลายคนมีวุฒิภาวะเพียงพอในการควบคุมการชุมนุมของกลุ่มตัวเองให้อย่ในกรอกฎหมายได้ แต่หวั่นวิตกว่าจะมีกลุ่มมือที่ 3  สร้างสถานการณ์ เหมือนอดีตการุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีบางกลุ่มพยายามสร้างสถานการรณ์คามรุนแรง ใช้อาวุธสงคราม ระเบิด เอ็ม 79  ยิงใส่ในที่ชุมนุม 

​“​คนที่จะดับความรุนแรงได้ คือตัวรัฐบาลเอง ที่ต้องมีท่าทีขัดเจน ไม่ควรพูดกลับไปกลับมากรณีที่สมาชิกพท.พยายามล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 และร่างทั้งฉบับ แต่นายกฯกลับบอกไม่แก้ทั้งฉบับ จะคงไว้เฉพาะหมวดพระมหากษัตริย์ และต้องหยุดท่าทีของสมาชิกพท.ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในจุดที่แก้ไขแต่จะนำมาสู่ความขัดแย้งละละเอียดอ่อนหลายจุด เช่น กรณีการยุบศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง  ทั้งนี้จุดยืนปชป.มี 3 ส่วน ที่เรียกร้องไม่แตะต้อง คือ 1.หมวดสถาบัน  2.องค์กรอิสระ และ 3.การอภัยโทษและการยกเลิกคำพิพากษาศาล หากเพื่อไทยยอมรับใน 3 จุดนี้ได้ บรรยากาศบ้านเมืองจะคลี่คลายไปในทางที่ดี”นายเทพไท กล่าว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน