
ศาลยกฟ้องปอ ประตูน้ำเปิดบ่อน
ศาลอาญายกฟ้อง ปอ ประตูน้ำ เปิดบ่อนเหตุหลักฐานไม่พอ ยกประโยชน์ให้จำเลยแต่ให้ขังระหว่างอุทธรณ์
ศาลอาญายกฟ้อง ปอ ประตูน้ำ เปิดบ่อนเหตุหลักฐานไม่พอ ยกประโยชน์ให้จำเลยแต่ให้ขังระหว่างอุทธรณ์
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไพรจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือ "ปอ ประตูน้ำ" นางอำภา หรือซ้อ ธรรมโรจน์พินิจ ภรรยา น.ส.ประภาพรรณ ธรรมโรจน์พินิจ บุตรสาว นายวันชัย หรือตี๋ใหญ่ แซ่เหลียว นายสุรินทร์ หรือบั๊ก วงศ์ดามา นายสมชัย หรือคุ้ง บุญมั่นแสนสุข นายจงศักดิ์ หรือจ่าแดง เชื่อวิเชียร และนายอำนาจ หรือทนายกัง ศรีกมลกุล เป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันรับของโจร ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ร่วมกันซื้อหรือรับไว้โดยประการใดซึ้งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร และร่วมกันมีไพ่ไว้ในครอบครองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 49 จำเลยทั้ง 8 ร่วมกันเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่เอาทรัพย์กัน จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันซื้อตู้ม้าไฟฟ้า 15 ตู้ชิปแลกเงิน จำนวน 9,862 อัน เครื่องนับไพ่อัตโนมัติ 24 เครื่อง ไพ่ จำนวน 1,507 สำรับ รวมมูลค่าของกลาง ค่าภาษีอากร และภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงินทั้งสิ้น 692,290.42 บาท ลักลอบนำของกลางดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากนี้ จำเลยที่ 1, 2, 5 และ 6 ร่วมกันรับของโจร เมื่อรับจำนำรถยนต์และตรวจยึดจำนวน 64 คัน พร้อมรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เหตุเกิดที่แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จำเลยทั้ง 8 ให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า มีปัญหาต้องวินัจฉัยว่า จำเลยที่ 1-2 กระทำผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มี พ.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์ (ยศขณะนั้น) หัวหน้าชุดทำการจับกุม เบิกความว่า หลังจากรับมอบหมายให้ทำหน้าที่สืบสวนจับกุมบ่อนการพนัน ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแฝงตัวเข้าไปเล่นการพนันในบ่อน ซอยเจริญสุข ถนนราชปรารภ ปรากฏว่าในวันที่ 2-3 ก.พ. 49 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นนักพนันพบจำเลยที่ 1 เข้าไปเล่นพนันกำถั่ว ในระหว่างที่เดินเข้าไปนักพนันส่วนใหญ่จะยกมือไหว้ให้ความเคารพ กระทั่งเวลา 05.30 น. วันที่ 4 ก.พ. จึงนำกำลังเข้าจับกุม ได้นักพนักทั้งสิ้น 262 คน จากการขยายผลจึงนำไปสู่การจับกุมจำเลยทั้ง 8 ในเวลาต่อมา
ภายในบ่อนดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา สูง 3 ชั้น ทุบพนังทะลุถึงกัน ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่บริเวณประตูทางเข้า และที่ฝาเพดานภายในห้อง ภายในห้องควบคุมกล้องโทรทัศน์วงจรปิด พบภาพจำเลยที่ 1 กำลังเล่นการพนันกำถั่วในวันที่ 2 และ 3 ก.พ.49 ซึ่งจำเลยที่ 2 เบิกความต่อสู้ว่า อาคารดังกล่าวได้ขายให้แก่จำเลยที่ 4 ไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอาคารอื่นๆ ภายในซอยเดียวกันที่จำเลยที่ 2 ขาย และให้เช่าแก่จำเลยที่ 4 อีกด้วย โดยมีเอกสารการซื้อขายให้เช่าเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณานั้น สอดคล้องกับคำเบิกความของจำเลยที่ 4 ที่รับว่าเป็นเจ้าของอาคาร 22 คูหาดังกล่าว ประกอบกับพยานที่เป็นนักพนันไม่มีใครยืนยันว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังว่าจำเลยที่ 1 และ 2 มีความผิด
เมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของอาคารดังกล่าวจำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจำเลยที่ 3, 5, 6, 7 และ 8 ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์นั้นยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยดังกล่าวกระทำผิดตามฟ้อง และความผิดฐานร่วมกันรับของโจร หรือรับจำนำรถไว้นั้นเห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
พิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 , 2 , 3 , 5 , 6 , 7 และ 8 ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 นายไพรจิตร ไว้ระหว่างอุทธรณ์.
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไพรจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือ "ปอ ประตูน้ำ" นางอำภา หรือซ้อ ธรรมโรจน์พินิจ ภรรยา น.ส.ประภาพรรณ ธรรมโรจน์พินิจ บุตรสาว นายวันชัย หรือตี๋ใหญ่ แซ่เหลียว นายสุรินทร์ หรือบั๊ก วงศ์ดามา นายสมชัย หรือคุ้ง บุญมั่นแสนสุข นายจงศักดิ์ หรือจ่าแดง เชื่อวิเชียร และนายอำนาจ หรือทนายกัง ศรีกมลกุล เป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันรับของโจร ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ร่วมกันซื้อหรือรับไว้โดยประการใดซึ้งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร และร่วมกันมีไพ่ไว้ในครอบครองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 49 จำเลยทั้ง 8 ร่วมกันเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่เอาทรัพย์กัน จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันซื้อตู้ม้าไฟฟ้า 15 ตู้ชิปแลกเงิน จำนวน 9,862 อัน เครื่องนับไพ่อัตโนมัติ 24 เครื่อง ไพ่ จำนวน 1,507 สำรับ รวมมูลค่าของกลาง ค่าภาษีอากร และภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงินทั้งสิ้น 692,290.42 บาท ลักลอบนำของกลางดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากนี้ จำเลยที่ 1, 2, 5 และ 6 ร่วมกันรับของโจร เมื่อรับจำนำรถยนต์และตรวจยึดจำนวน 64 คัน พร้อมรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เหตุเกิดที่แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จำเลยทั้ง 8 ให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า มีปัญหาต้องวินัจฉัยว่า จำเลยที่ 1-2 กระทำผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มี พ.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์ (ยศขณะนั้น) หัวหน้าชุดทำการจับกุม เบิกความว่า หลังจากรับมอบหมายให้ทำหน้าที่สืบสวนจับกุมบ่อนการพนัน ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแฝงตัวเข้าไปเล่นการพนันในบ่อน ซอยเจริญสุข ถนนราชปรารภ ปรากฏว่าในวันที่ 2-3 ก.พ. 49 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นนักพนันพบจำเลยที่ 1 เข้าไปเล่นพนันกำถั่ว ในระหว่างที่เดินเข้าไปนักพนันส่วนใหญ่จะยกมือไหว้ให้ความเคารพ กระทั่งเวลา 05.30 น. วันที่ 4 ก.พ. จึงนำกำลังเข้าจับกุม ได้นักพนักทั้งสิ้น 262 คน จากการขยายผลจึงนำไปสู่การจับกุมจำเลยทั้ง 8 ในเวลาต่อมา
ภายในบ่อนดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา สูง 3 ชั้น ทุบพนังทะลุถึงกัน ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่บริเวณประตูทางเข้า และที่ฝาเพดานภายในห้อง ภายในห้องควบคุมกล้องโทรทัศน์วงจรปิด พบภาพจำเลยที่ 1 กำลังเล่นการพนันกำถั่วในวันที่ 2 และ 3 ก.พ.49 ซึ่งจำเลยที่ 2 เบิกความต่อสู้ว่า อาคารดังกล่าวได้ขายให้แก่จำเลยที่ 4 ไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอาคารอื่นๆ ภายในซอยเดียวกันที่จำเลยที่ 2 ขาย และให้เช่าแก่จำเลยที่ 4 อีกด้วย โดยมีเอกสารการซื้อขายให้เช่าเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณานั้น สอดคล้องกับคำเบิกความของจำเลยที่ 4 ที่รับว่าเป็นเจ้าของอาคาร 22 คูหาดังกล่าว ประกอบกับพยานที่เป็นนักพนันไม่มีใครยืนยันว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังว่าจำเลยที่ 1 และ 2 มีความผิด
เมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของอาคารดังกล่าวจำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจำเลยที่ 3, 5, 6, 7 และ 8 ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์นั้นยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยดังกล่าวกระทำผิดตามฟ้อง และความผิดฐานร่วมกันรับของโจร หรือรับจำนำรถไว้นั้นเห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
พิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 , 2 , 3 , 5 , 6 , 7 และ 8 ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 นายไพรจิตร ไว้ระหว่างอุทธรณ์.







