posttoday
ยุติธรรมเยียวยาผู้ค้าเหตุชุมนุมพ.ค.53

ยุติธรรมเยียวยาผู้ค้าเหตุชุมนุมพ.ค.53

15 กุมภาพันธ์ 2555

คปภ.สรุปผู้ค้าเหยื่อชุมนุมทางการเมืองเสียหาย1.4หมื่นล้านบาท ดีเอสไอไม่เปลี่ยนข้อหาก่อการร้าย

คปภ.สรุปผู้ค้าเหยื่อชุมนุมทางการเมืองเสียหาย1.4หมื่นล้านบาท ดีเอสไอไม่เปลี่ยนข้อหาก่อการร้าย

นายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรมและ พ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม และนายไพฑูรย์  สว่างกมล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพแถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง

นายไพฑูรย์กล่าวว่า คปภ.ได้รายงานว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 739 กรมธรรม์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 14,000ล้านบาท ซึ่งจำนวนนี้ประกอบด้วย ผู้เอาประกันภัยที่ขอความช่วยเหลือที่คปภ. 47 ราย ขอความช่วยเหลือที่กรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ 69 ราย และขอความช่วยเหลือที่สภาทนายความ 30 ราย รวมผู้เอาประกันภัยที่ขอความช่วยเหลือขณะนี้ 146 ราย สำหรับกลุ่มผู้เอาประกันภัยที่ยังไม่ได้ยื่นขอความช่วยเหลือเชื่อว่าสามารถขอความช่วยเหลือกับบริษัทประกันภัยได้ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีจำนวน 39 ราย

 

 

ยุติธรรมเยียวยาผู้ค้าเหตุชุมนุมพ.ค.53 ยุติธรรมเยียวยาผู้ค้าชุมนุมพ.ค.53

นายไพฑูรย์ กล่าวว่า หลังจากได้ข้อสรุปที่ประชุมคณะทำงานฯจึงมอบหมายให้คปภ.กลับไปสำรวจจำนวนผู้เอาประกันภัยที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือในการฟ้องคดีเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อกลับมารายงานให้คณะทำงานทราบและส่งมอบข้อมูลทั้งหมดให้ดีเอสไอไปตรวจสอบกับข้อมูลคดีที่ดีเอสไอฟ้องเป็นคดีก่อการร้าย 5 คดี คือการใช้อาวุธปืนยิงใส่กระทรวงกลาโหม เหตุปะทะที่สี่แยกคอกวัว เหตุวางระเบิดธนาคารกรุงเทพฯสาขาพระโขนงและวางเพลิงสาขาสำโรงเหนือ เหตุวางระเบิดที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจะนำข้อมูลมาใช้ในการต่อสู้คดีที่ก่อนหน้านี้บริษัทประกันภัยปฏิเสธจ่ายค่าสินไหมโดยอ้างว่ากรมธรรม์ไม่ครอบคลุม

“ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ คณะทำงานฯจะได้ข้อสรุปในการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและวิธีการเยียวยาผู้เอาประกันภัยกรณีที่กรมธรรม์ไม่ครอบคลุมด้วย และคาดว่าในวันที่ 2 มีนาคมนี้จะเสนอข้อมูลให้ป.คอป พิจารณาหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือได้ต่อไป เนื่องจากคดีนี้จะหมดอายุความในวันที่ 19 พ.ค.นี้”รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ กล่าว

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ตามปกติผู้ซื้อประกันภัยจะเน้นการป้องกันอัคคีภัยไม่ได้ซื้อครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากเหตุจลาจลหรือก่อการร้ายทำให้บริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่าเสียหายโดยอ้างเงื่อนไขตามกรมธรรม์ที่ผู้ซื้อประกันซื้อไว้ อีกทั้งบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่มีเครือข่ายในต่างประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับเงื่อนไขในกรมธรรม์และติดตามความเคลื่อนไหวฝนประเทศไทย และเมื่อเห็นว่ามีการตั้งข้อหาก่อการร้ายจึงนำมาเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ดีเอสไอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อหาก่อการร้ายได้เป็นข้อหาอื่นใดได้ และเพื่อความเป็นธรรมกับขทุกฝ่ายคงไม่มีการเปลี่ยนข้อกล่าวหาเพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้หรือเสียประโยชน์ เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงของคดี สิ่งที่ทำได้คือส่งข้อมูลของผู้ซื้อประกันแต่ละรายให้ดีเอสไอนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นรายกรณี เพราะหากตีความเป็นรายกรณีอาจทำให้ผู้ซื้อประกันมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทน  ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร


 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้