posttoday
ชงนายกฯไล่ผู้บุกรุกบึงสีไฟ-บึงบอระเพ็ด

ชงนายกฯไล่ผู้บุกรุกบึงสีไฟ-บึงบอระเพ็ด

14 กุมภาพันธ์ 2555

"อุเทน"เสนอนายกฯสั่งหน่วยงานยึดคืนบึงสีไฟ-บึงบอระเพ็ดเพื่อใช้ระบายน้ำ หลังพบถูกบุกรุกที่อื้อ

"อุเทน"เสนอนายกฯสั่งหน่วยงานยึดคืนบึงสีไฟ-บึงบอระเพ็ดเพื่อใช้ระบายน้ำ หลังพบถูกบุกรุกที่อื้อ

นายอุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการระบายน้ำ ได้ลงพื้นที่ตรวจสภาพบึงสีไฟ ก่อนหน้าคณะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อสำรวจคลองเชื่อมแม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน เพื่อทำเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่สำหรับรองรับน้ำ เพื่อป้องกันอุทกภัยต่อไป

ชงนายกฯไล่ผู้บุกรุกบึงสีไฟ-บึงบอระเพ็ด

นายอุเทนเปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า ตัวบึงสีไฟมีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 30,000 ไร่ แต่เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่กลับพบว่ามีเนื้อที่ของบึงเหลือเพียง 5,000 ไร่เท่านั้น โดยพื้นที่ที่เป็นบึงเดิม ถูกปรับสภาพให้เป็นบ้านจัดสรร บ้านเรือนประชาชน และยังออกเอกสารสิทธิ์นส.3ก.ได้อีก ทำให้ไม่เหลือช่องทางระบายน้ำเข้าและออกไปยังแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน จึงทำให้แผนการระบายน้ำที่กำหนดไว้เดิม อาจไม่สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ทั้งหมด

"ผมจะเสนอไปยังนายกฯให้สั่งการไปยังกรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้พื้นที่บึงสีไฟกลับมาเป็นแก้มลิงธรรมชาติตามเดิม"นายอุเทนกล่าว

ทั้งนี้ทราบมาว่าทางเจ้าหน้าที่เพิ่งจะขุดลอกไปได้เพียง400ไร่ และลึก 4 เมตร ส่วนพื้นที่ที่เหลือกลับลึกเพียง1-2ม.เท่านั้น อีกทั้งยังไม่มีคลองเชื่อมกับแม่น้ำสายหลัก เนื่องจากถูกบุกรุกทั้งหมดแล้ว บึงสีไฟจึงมีหน้าที่สำหรับรับน้ำฝนได้เพียงอย่างเดียว จึงอยากตั้งคำถามไปยังกรมที่ดินและกระทรวงมหาดไทยว่าเป็นไปได้อย่างไรที่พื้นที่ที่วางไว้เป็นแก้มลิงกลับเต็มไปด้วยผู้มีเอกสารสิทธิ จนมีปัญหาเช่นนี้

หลังจากนั้น นายอุเทนได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมบึงบอระเพ็ด เพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ถึงการปรับปรุงสภาพให้เป็นแก้มลิง ซึ่งพบว่าพื้นที่บึงบอระเพ็ดมีโครงการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้อยู่แล้ว โดยจะทำพนังกั้นพื้นที่กว่า 82,846 ไร่ เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำได้  180.29 ล้านลบ.ม.  แต่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันคือมีผู้บุกรุกมากกว่า 6หมื่นไร่ จากพื้นที่กว่า 1.37 แสนไร่  โดยที่ไม่มีเอกสารสิทธิ  รวมถึงยังไม่ได้มีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้บึงบอระเพ็ดถือเป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงต้องศึกษาผลกระทบทางระบบนิเวศวิทยาอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้จาการตรวจสอบเส้นทางรับน้ำเข้า-ออกจากแม่น้ำน่าน และคลองท่าตะโก พบว่าขณะนี้ประตูระบายน้ำที่บริเวณปากทางแม่น้ำน่านได้รับความเสียหายค่อนข้างมากจากมหาอุทกภัยที่ผ่านมา และยังไม่ได้รับการซ่อมแซม จึงจะนำเสนอนายกฯ ให้เร่งแก้ไขประตูระบายน้ำโดยเร่งด่วน

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้