
โพลล์เผยชาย1ใน3เชื่อหญิงรักจริงต้องเสียตัว
โพลล์เผยผู้ชาย1 ใน 3 เชื่อว่ารักจริงผู้หญิงต้องยอมเสียตัว แถมขี้หึงตัวเองมีคนอื่ืนได้แต่แฟนห้ามยุ่งกับคนอื่น
โพลล์เผยผู้ชาย1 ใน 3 เชื่อว่ารักจริงผู้หญิงต้องยอมเสียตัว แถมขี้หึงตัวเองมีคนอื่ืนได้แต่แฟนห้ามยุ่งกับคนอื่น
นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยผลสำรวจเรื่องทัศนคติผู้ชายกับความรุนแรงที่ซ่อนแฝงในความรัก จากกลุ่มตัวอย่างเพศชายอายุ 12-35 ปี จำนวน 1,000 คน ใน 10 จังหวัด อาทิ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม เชียงใหม่ฯลฯ พบว่า 43% ระบุว่าผู้ชายมีสิทธิหึงหวงไม่ให้แฟนหรือภรรยาออกนอกบ้านหรือคุยกับผู้อื่น และอีก 31% ระบุว่าตัวเองมีสิทธิมีคนอื่นได้แต่แฟนหรือภรรยาห้ามมีคนอื่น
ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างอีก 36% ยังเชื่อว่าผู้หญิงต้องแสดงออกถึงความรักด้วยการยอมมีเพศสัมพันธ์ และอีก 23% มองว่าเป็นโอกาสดีที่จะแสดงความรักด้วยการยอมมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์
นอกจากนี้ ในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า 36.5% มองว่าการดื่มในวันวาเลนไทน์กระตุ้นให้มีเพศสัมพันธ์ และอีก 21.3% เชื่อว่าลูกผู้ชายตัวจริงต้องดื่มเหล้าเคล้านารี อย่างไรก็ตาม การสำรวจครั้งนี้ยังมีมิติด้านดีคือผู้ชายถึง 82.4% ไม่นิยมความรุนแรง มองว่าการทำร้ายร่างกายคนรักเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง
นายจะเด็จ กล่าวว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ แสดงว่าผู้ชายมีทัศนคติเรื่องเพศและความรุนแรงดีขึ้นแต่ยังมองความรักในมิติเดียวว่าต้องครอบครองเป็นเจ้าของ หึงหวงและรู้สึกเสียศักดิ์ศรีหากแฟนไปคุยกับคนอื่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะบ่มเพาะความรุนแรง
"คงต้องเร่งปลูกฝังค่านิยมเพื่อให้เกิดความรักที่ให้เกียรติกัน เช่น ตั้งสติเมื่ือเกิดความหึงหวง ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ใช่ของมึนเมาหรือสิ่งเสพติดเป็นทางออก และเมื่อถึงที่สุดแล้วหากไม่สามารถประคองความรักได้ ต้องคิดว่าไม่ใช่คู่เราและจากกันด้วยดี และรณรงค์ให้ผู้หญิงรู้จักปฏิเสธ"นายจะเด็จ กล่าว
นายจะเด็จ กล่าวว่า การแก้ปัญหาที่การสร้างทัศนคติที่ดี ให้เกียรติและรู้จักปฏิเสธ เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ดีกว่าการแก้ปลายเหตุด้วยการเคอร์ฟิวเด็ก หรือ นั่งเฝ้าตามหน้าโรงแรมม่านรูด







