
ลูกจ้างนายจ้างเห็นพ้องเลิกค่าแรงขั้นต่ำ
นายจ้าง-ลูกจ้างเห็นสอดคล้องเลิกระบบค่าจ้างขั้นต่ำดันแรงงานไทยมีทักษะสูง
นายจ้าง-ลูกจ้างเห็นสอดคล้องเลิกระบบค่าจ้างขั้นต่ำดันแรงงานไทยมีทักษะสูง
นายอภิวัฒน์ อสมาภรณ์ รองผอ.สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าทิศทางอุตสาหกรรมไทย เน้นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สมดุล ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น สามารถแข่งขันในตลาด จึงต้องพัฒนาทักษะ เพิ่มผลิตภาพ productivity และปรับระบบการบริหารจัดการ ทั้งนี้เชื่อว่าอุตสาหกรรม ที่ใช้แรงงานเข้มข้น ค่าจ้างต่ำ จะย้ายฐานการผลิตไปยังพื้นที่ตะเข็บชายแดน หรือในประเทศเพื่อนบ้าน
การเสวนาเรื่องการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานไทย เพื่อเพิ่มผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม รองรับรายได้วันละ 300 บาท โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยนายประพันธ์ มนทการติวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงานจะเร่งพัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อให้เหมาะกับค่าจ้างขั้นต่ำที่มีการปรับเป็นวันละ 300 บาท โดยจัดอบรม พัฒนาทักษะฝีมือและพฤติกรรมการทำงาน ทั้งผู้เข้าใหม่และผู้ที่ทำงานอยู่เดิม รวมทั้งจะเร่งพัฒนาทักษะด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาในชาติอาเซียน ให้แก่แรงงานด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนของแรงงานไทยที่จะต้องเร่งแก้ไข
โครงการ “แรงงานพันธุ์เอ็กซ์” ศูนย์และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ จะรับสมัครเด็กที่จบชั้น ม.3 จำนวน 1,000 คนเข้ามาอบรมทักษะฝีมือช่างในสาขาต่างๆ รวมถึงทักษะภาษาอังกฤษ และ 9 พฤติกรรมสู่ความสำเร็จในการทำงานในช่วงเริ่มอบรมตั้งแต่มี.ค.-กย.นี้ เพื่อป้อนเข้าสู่สถานประกอบการ โดยแรงงานกลุ่มนี้จะได้ค่าจ้างสูงกว่า 300 บาทเนื่องจากเป็นแรงงานกลุ่มที่ได้รับการอบรมแบบเข้มข้น ที่เชื่อว่าจะผ่านการทดสอบตาม มาตรฐานฝีมือแรงงแห่งชาติ ค่าจ้างที่สูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท อีกทั้งจะมีการปรับทักษะให้พร้อมทุกด้าน เริ่มรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 กพ.นี้
นายถาวร ชลัษเฐียร รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวสนับสนุนแนวคิดที่ประเทศไทยจะผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง Value-added ที่นายจ้าง ต้องยกระดับProductivity ยกระดับศักยภาพ ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีการผลิต high Technology และส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดค่าตอบแทนในการทำงานให้เหมาะสม ซึ่งหมายถึงค่าจ้างและสวัสดิการ โดยค่าจ้าง ที่สะท้อนศักยภาพ ทักษะการผลิต
รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ กล่าวอีกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ ที่มีการปรับขึ้นในทุกปีควรยกเลิก โดยใช้ค่าจ้างอัตราแรกเข้า สำหรับคนงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ ทั้งนี้ค่าจ้างจะมีการปรับขึ้นตาม Productivity ดัชนีราคาผู้บริโภค consumer price index และอายุงาน จึงเป็นเรี่องที่ต้องมีการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปีในสถานประกอบการ โดยปรับเป็นอัตราร้อยละ ที่จะเป็นการยืดหยุ่นมากกว่าการปรับโดยกำหนดค่าตัวเงิน
“ผลิตภาพ ของไทยเติบโตช้า ขณะเดียวกันค่าจ้างที่แท้จริงในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย”นายถาวรกล่าวและว่านโยบายพรรคการเมืองในการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ถือเป็นการโยนระเบิด มากกว่าโยนหินถามทาง ที่เชื่อว่าในเรื่องนี้จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ค่าจ้างขั้นต่ำจะบังคับใช้ใน 1 เมย.55 ใน 7 จังหวัด (กรุงเทพ นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี และภูเก็ต อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท จังหวัดอื่น ปรับเพิ่มขึ้นจากอัตราเดิมอีก 40% )
นางสิริวัน ร่มโพธิ์ทอง เลขาธิการสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (Ecot) กล่าวสนับสนุนค่าจ้างที่จะต้องสะท้อนผลิตภาพการผลิต productivity ทั้งนี้การปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท เป็นเรื่องที่นายจ้างต้องมีภาระด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จึงควรที่จะทำอย่างไรให้นายจ้าง มีกำลังที่จะจ่ายได้ เช่นคนงานมีทักษะ ผลิตชิ้นงานได้มากขึ้น มีคุณภาพ และลดต้นทุนด้านอื่นเช่น ลดการสูญเสียวัตถุดิบในการผลิต ร่วมกันประหยัดน้ำ ไฟ
ด้านนายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่าปัญหาค่าจ้างในไทย เกิดขึ้นเพราะสถานประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีการปรับค่าจ้างประจำปี ไม่มีโครงสร้างค่าจ้าง โดยนายจ้างจะปรับขึ้นค่าจ้างให้ต่อเมื่อมีการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทำให้ลูกจ้างต้องเรียกร้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำในทุกปี ทั้งนี้ลูกจ้างส่วนใหญ่ที่ทำงานมากหลายปียังคงได้ค่าจ้างที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำไม่มากนัก ทำให้ต้องทำโอ.ที.เพื่อให้ได้เงินเพิ่ม เพียงพอกับการเลี้ยงดูครอบครัว
นายมนัส กล่าวอีกว่าสภาองค์การลูกจ้าง ต่างมีมติ และผลักดันให้มีการแก้ไข ยกเลิกค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นค่าจ้างแรกเข้าที่ใช้กับคนงานที่เริ่มเข้าทำงานในปีแรก และได้รับการปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้นเมื่อทำงานในปีที่ 2 ที่จะได้รับการปรับตามฐานเงินเดือน โครงสร้างเงินเดือน และศักยภาพ
รายงานข่าวแจ้งว่าการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ถูกกำหนดในพรบ.คุ้มครองแรงงาน ที่กฏหมายใช้บังคับกับแรงงานทุกคนที่ทำงานในประเทศ โดยไม่แบ่งสัญชาติ ผิวสี ศาสนา จึงมีสภาพบังคับใช้ทั้งคนไทยและแรงงานข้ามชาติอย่างไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้การที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำมีการปรับในทุกปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่สถานประกอบการส่วนใหญ่ในประเทศไทย นายจ้าง สถานประกอบการไม่มีโครงสร้างเงินเดือน หรือการปรับค่าจ้างประจำปีให้กับลูกจ้าง โดยนายจ้างจะปรับขึ้นค่าจ้าง เมื่อทางราชการมีการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ จึงจะส่งผลให้บรรดาลูกจ้างที่ทำงานมากนาน ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้าง ที่ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ รายที่มีอัตคาที่สูงกว่าขั้นต่ำ มักจะได้รับการปรับขึ้นในอัตราส่วนต่างที่มีการปรับขึ้นใหม่ ทำให้บรรดาลูกจ้างที่ทำงานมานาน มีส่วนในการเรียกร้อง กดดันให้รัฐบาลมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในทุกปี
ทั้งนี้ปัญหาการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ กลายเป็นปัญหา "งูกินหาง" เนื่องจากเมื่อมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ราคาสินค้า ทั้งอุปโภค บริโภค ปรับราคสูงขึ้น โดยที่ทางการไม่สามารถควบคุมราคา โดยมีการนำเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเพิ่ม เป็นต้นทุนแรงงาน ที่มีส่วนทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ซึ่งค่าจ้างขั้นต่ำมีอัตราที่สูงขึ้นๆ ทำให้มีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการว่าทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดน้อยลง







