posttoday
เรื่องด่วนที่ควรทำ

เรื่องด่วนที่ควรทำ

02 มีนาคม 2553

ภายหลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ โดยอาศัยตำแหน่งหาประโยชน์โดยมิชอบนั้น ยังจะมีคดีความต่างๆ ตามมาจากการตัดสินของศาลอีกหลายคดี

แต่ครั้งนี้ผู้ที่จะต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย คือหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่ได้รับความเสียหายที่จะต้องออกหน้าเป็นโจทก์ฟ้องร้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย ซึ่งแยกได้เป็น

1.การแปลงสัญญาสัมปทานกิจการโทรคมนาคม ด้วยการออกพระราชกำหนดภาษีสรรพสามิต ทำให้รัฐเสียหายกว่า 6 หมื่นล้านบาท

2.แก้ไขสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า (PREPAID CARD) เอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ทำให้รัฐเสียหาย ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท

3.แก้ไขสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่ออนุญาตให้ใช้เครือข่ายร่วม (ROAMING)

4.มีการแก้ไขสัญญาสัมปทานดาวเทียมโดยมิชอบ ทำให้รัฐเสียหายประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

5.กรณีการอนุมัติเงินกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าวงเงิน 4,000 ล้านบาท ให้รัฐบาลพม่า เพื่อนำเงินไปซื้อสินค้าจากบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ ทำให้รัฐเสียหายประมาณ 670 ล้านบาท

มูลความผิดที่ศาลชี้ออกมาซึ่งนำไปสู่การยึดทรัพย์นายกรัฐมนตรี ทำให้ต้องเตรียมขยายผล ลากผู้เกี่ยวข้อง อดีตเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งร่วมสร้างความเสียหายให้กับรัฐ ทั้งทางแพ่งและอาญา

คนที่จะมีบทบาทในการฟ้องร้องค่าเสียหายคือรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงไอซีที คือทีโอทีกสทฯ ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจากการนี้ ซึ่งก็ควรจะต้องระดมนักกฎหมายเข้ามาชำแหละคำพิพากษาของศาลว่าจะดำเนินการเรียกร้องความเสียหายอะไรได้บ้าง ไม่ใช่เพิกเฉยหรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อย่ามองว่าเรื่องนี้เป็นการทวงผลประโยชน์ของชาติกลับคืน ไม่ใช่เรื่องการแก้แค้นทางการเมือง หรือการล้มล้างเพื่อทำลายใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการหาผู้รับผิดชอบในการปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องคดีซุกหุ้นที่ยังไม่เดินหน้าไปถึงไหน แต่เมื่อคำพิพากษาออกมาเช่นนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่จะต้องฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เกิดความกระจ่างแจ้งว่าอะไรเป็นอะไร

โดยหลักการแล้วเงินหลวงนั้นหายไม่ได้แม้แต่บาทเดียว เรื่องนี้ข้าราชการต่างรู้ดี ฉะนั้นการเดินหน้าทวงคืนค่าเสียหายหาผู้รับผิดชอบมาลงโทษเป็นเรื่องที่สมควร และต้องดำเนินการต่อเนื่องให้ถึงที่สุด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน