posttoday
นโยบายพลังงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน

นโยบายพลังงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน

07 กุมภาพันธ์ 2555

ผมคิดว่าทุกท่านที่ได้ติดตามข่าวคงทราบดีว่า ในขณะนี้ประเทศไทยได้มี รมว.พลังงาน

ผมคิดว่าทุกท่านที่ได้ติดตามข่าวคงทราบดีว่า ในขณะนี้ประเทศไทยได้มี รมว.พลังงาน

โดย..โชติชัย สุวรรณากรณ์

ท่านใหม่แล้ว คือ อารักษ์ชลธาร์นนท์ ซึ่งเป็นผู้ที่ฝากฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์ในการบริหารธุรกิจไว้หลายอย่าง ก็คงเป็นบททดสอบที่ท้าทายของท่านอีกครั้งหนึ่งในการเข้ามาบริหารภาครัฐและทำหน้าที่กำกับทิศทางและนโยบายพลังงานของประเทศให้เดินหน้าต่อไป และในโอกาสนี้ก็ขออำลาท่านรัฐมนตรีท่านก่อนคือ พิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ได้ทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รมว.พลังงาน อย่างสุดความสามารถ

ผมคิดว่านโยบายด้านพลังงานของประเทศนับแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินคงไม่สะดุดขาดตอน จากสถานการณ์ในปัจจุบันท่านรัฐมนตรีใหม่คงจะต้องเผชิญกับปัญหารุมเร้าจากการปรับขึ้นของราคาพลังงานหลายชนิดในปีนี้ตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ โดยคาดว่าจะมีเสียงคัดค้านจากผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบ

ดังนั้น การทำความเข้าใจกับหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องและเจรจาหาทางออกก็ถือเป็นความเร่งด่วนในลำดับต้นๆ ที่ท่านต้องรีบดำเนินการ เพราะหลายฝ่ายก็ทราบดีอยู่แล้วว่าการปรับขึ้นของราคาพลังงานคงจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

สาเหตุหลักพื้นฐานก็มาจากความมีอยู่อย่างจำกัดของทรัพยากรพลังงานและการเข้าถึงแหล่งพลังงานเหล่านั้นก็ทำได้ยากขึ้นทุกทีและต้องใช้เงินลงทุนสูง ในขณะที่ความต้องการพลังงานกลับขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามการขยายตัวและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การนำเข้าพลังงานจากแหล่งภายนอกเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศจึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

และนั่นก็หมายความว่าราคาพลังงานในบ้านเราก็จำเป็นต้องมีการขยับตัวให้สอดคล้องกับภาวะราคาในตลาดโลกมากขึ้นทุกที

อย่างไรก็ตาม ผมก็อดไม่ได้ที่อยากจะขอกล่าวไว้ในที่นี้เพื่อเป็นการเน้นย้ำว่ามีนโยบายใดบ้างที่ความสำคัญต่อประเทศชาติในระยะยาวและอยากเห็นท่านรัฐมนตรีท่านใหม่ผลักดันให้สำเร็จ เพราะจะเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง นโยบายเหล่านั้นได้แก่

เรื่องแรก การพัฒนาระบบขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทางท่อ ภาพของการรอคิวเพื่อเข้าเติมก๊าซ NGV หรือ LPG ในสถานีบริการที่ไม่อยู่ในแนวท่อได้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงของท่อส่งก๊าซภายในประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการชะงักงันของการขนส่งที่พึ่งพาแต่รถบรรทุกหรือรถไฟเป็นหลัก ซึ่งการพัฒนาแนวท่อใหม่นั้นจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการขยายจำนวนสถานีบริการตามแนวท่อในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อลดการกระจุกตัวเวลาที่เกิดวิกฤต และการทำงานเช่นนี้ต้องดำเนินการควบคู่กันกับการปฏิรูประบบโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เพราะการสร้างแรงจูงใจทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการเข้ามาในตลาดพลังงานถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระยะยาวของประเทศ

เรื่องที่สอง นอกจากการวางแผนทางท่อแล้ว การวางแผนการสร้างคลังสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมตามภูมิภาคต่างๆ ก็ถือเป็นงานสำคัญที่ต้องเร่งกระทำควบคู่กัน เพราะในภาวะวิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมานับว่าเรายังโชคดีอยู่มากที่มีคลังสำรองน้ำมันและก๊าซบางส่วนกระจายอยู่ตามต่างจังหวัดซึ่งเราก็ได้อาศัยคลังเหล่านั้นในการกระจายน้ำมันส่งผ่านกลับมายังพื้นที่ที่ประสบปัญหาที่ต้องรับน้ำมันและก๊าซจากส่วนกลาง การดำเนินการเช่นนี้แม้ว่าจะขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ก็พอช่วยให้เรารอดพ้นวิกฤตคราวนั้นไปได้

อีกประการหนึ่งคือ การสร้างคลังสำรองน้ำมันเพิ่มเติมในระยะต่อไปควรเป็นการดำเนินงานที่เป็นวาระของรัฐบาลเพื่อทำให้การสำรองน้ำมันโดยรัฐนี้เป็นการสำรองเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างแท้จริง เพราะในภาวะวิกฤตเราจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการบริหารวิกฤตหลายๆ รูปแบบเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน

เรื่องที่สาม ผมเห็นว่าควรเร่งกระทำคือการขยายเครือข่ายเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า จริงอยู่ที่อุทกภัยครั้งนี้ประเทศเราไม่ได้ประสบกับภาวะไฟฟ้าดับอันเกิดจากการขาดแคลนกระแสไฟฟ้า มีเพียงไฟดับในบางพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงและจะเป็นอันตรายต่อผู้สัญจรไปมาในช่วงวิกฤต ในด้านความเพียงพอของกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง ผมเชื่อได้เลยว่าในวันนี้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสามารถบริหารวิกฤตคราวนี้ได้อย่างดีเยี่ยมและไม่ส่งผลกระทบต่อความขาดแคลน แต่การขยายจุดเชื่อมต่อและสถานีส่งไฟฟ้าขนาดย่อยยังมีความจำเป็นอยู่อย่างมาก

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางและเครือข่ายการบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับการแก้ปัญหาภาวะวิกฤตในวันข้างหน้าและยังช่วยเพิ่มโอกาสแก่การเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าของประชาชนตามพื้นที่ห่างไกล

วันนี้ผมฝากไว้แค่ 3 ข้อ ไว้ฉบับหน้ามาติดตามกันต่อนะครับ  

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน