posttoday
ตัวเลขเลิกจ้างสูงสวนจีดีพี

ตัวเลขเลิกจ้างสูงสวนจีดีพี

05 กุมภาพันธ์ 2555

ตัวเลขการเลิกจ้างยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.)

ตัวเลขการเลิกจ้างยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.)

ณ วันที่ 3 ก.พ. พบว่ามีแรงงานถูกเลิกจ้างสะสมแล้วกว่า 3.3 หมื่นคน ในสถานประกอบการ 106 แห่ง ที่เยอะที่สุดอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา 1.98 หมื่นคน และ จ.ปทุมธานี อีก 1.32 หมื่นคน ที่เหลือกระจายในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา สระบุรี นครปฐม นนทบุรี และกรุงเทพฯ อีกประมาณ 600-700 คน

เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมาสัปดาห์เดียวมีลูกจ้างถูกเลิกจ้างกว่า 5,500 คน!!!

นอกจากนี้ ยังมีอีกกว่า 347 แห่งที่ยังไม่เปิดกิจการ รวมคนงานที่ยังไม่ได้กลับเข้าทำงานกว่า 1.66 แสนคน ส่วนสถานประกอบการที่กลับมาเปิดกิจการแล้วมี 2.8 หมื่นแห่ง รวมคนงานกลับเข้าทำงานแล้ว 8.22 แสนคน

ขณะที่แนวโน้มการรวมตัวของผู้ใช้แรงงานกลุ่มต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นับแค่สัปดาห์ที่ผ่านมามีกลุ่มผู้ใช้แรงงานจากพื้นที่ต่างๆ ยกขบวนมาร้องเรียนขอให้กระทรวงแรงงานช่วยเหลือไม่ขาดสาย เช่น วันที่ 27 ม.ค. ลูกจ้างบริษัท ลาพิส เซมิคอนดัคเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ กว่า 200 คน ชุมนุมเรียกร้องให้ เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน เร่งหาทางช่วยเหลือเพราะเกรงจะถูกเลิกจ้าง

วันเดียวกัน พนักงานบริษัท เอ็นอีซี โทคิน ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เข้าร้องเรียนต่อ กสร. เพราะบริษัทเตรียมจะย้ายฐานการผลิตไปยังนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้พนักงานเกรงจะถูกเลิกจ้าง

วันที่ 31 ธ.ค. พนักงานบริษัท อัลตัม พรีซิชั่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) กว่า 200 คน ได้รวมตัวประท้วงที่หน้าบริษัท เนื่องจากมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นและทยอยปลดคนงานออก ส่วนคนงานที่เหลือก็ไม่มีความชัดเจนว่าจะจ้างต่อหรือไม่

ล่าสุด วันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา สารพัดม็อบแรงงานก็มาชุมนุมร้องเรียนที่กระทรวงแรงงานอีกระลอก ประกอบด้วยคนงานจากบริษัท เซไดคาเซ ประเทศไทย บริษัท ชีดี คาร์ตอน พัลล์ บริษัท นิเด็ค อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) สาขาโรจนะ 2 บริษัท อิงเกรส ออโตเวนเจอร์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์รถยนต์ บริษัท เอวาพลาส (ประเทศไทย) บริษัท แซด คูโรดา (ไทยแลนด์) และบริษัท เอ็น แอนด์ อี (ประเทศไทย) ผสมโรงกับพนักงานบริษัท อัลตัม พรีซิซั่น และพนักงานบริษัท เอ็นอีซี โทคิน ประเทศไทย ที่ชุมนุมอยู่ก่อนแล้ว

อาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ระบุว่า ในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วม กรมได้จัดทำโครงการป้องกันและบรรเทาการเลิกจ้าง โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง 75% ของค่าจ้างปกติ และรักษาสภาพการจ้างงานไว้ก่อน และรัฐจะช่วยจ่ายเงินเดือนพนักงานให้อีก 2,000 บาท/คน ใช้งบประมาณ 1,800 ล้านบาท ระยะเวลาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2554ม.ค. 2555 โดยมีสมมติฐานว่าโรงงานน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ช่วงเดือน ม.ค.เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงพบว่าสถานประกอบการและโรงงานต่างๆ ฟื้นตัวช้ากว่านั้น เช่น ติดขัดเรื่องเคลมเงินประกันความเสียหาย การรอดูมาตรการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล จึงยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินสายการผลิตหรือไม่ ฯลฯ ดังนั้นเมื่อจบโครงการป้องกันและบรรเทาการเลิกจ้างสิ้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ทำให้ลูกจ้างเกิดความไม่มั่นใจในอนาคตตัวเอง

ทั้งนี้ จะขยายเวลาโครงการช่วยเหลือออกไปอีก โดยใช้งบที่เหลือประมาณ 158 ล้านบาท และหากเงินไม่พอก็จะขอให้ รมว.แรงงาน ประสานของบจากรัฐบาลเพิ่มเติม ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดว่าจะช่วยผู้ประกอบการกลุ่มไหน และจะขยายโครงการออกไปอีกกี่เดือน

คาดว่ากลางเดือน ก.พ. จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา