
แก้รธน.2550 เพื่อคืนประชาธิปไตย
‘สิ่งดีควรเก็บ สิ่งไม่ดีควรแก้’
‘สิ่งดีควรเก็บ สิ่งไม่ดีควรแก้’
ดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี
สมัยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอแก้ไขไว้ 6 ประเด็น อาทิ มาตรา 237 ที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคการเมือง ทำให้พัฒนาระบอบประชาธิปไตยนั้นเดินต่อไปไม่ได้ มาตรา 190 ส่งผลให้งานด้านต่างประเทศล่าช้าเพราะต้องผ่านรัฐสภาก่อน
การแก้ไขต้องยึดหลักอะไรที่ดีเราเก็บไว้ อะไรที่ไม่ดีเราก็แก้ไข โดยการมีส่วนร่วมจากประชาชน อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ต้องดำเนินการแก้ไข เพื่อให้พ้นจากครหาว่าไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน
‘แก้เพื่อให้ รธน.เป็นของประชาชน’
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย
มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เนื่องจากไม่ได้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งรูปแบบต้องผ่านกระบวนการสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แบบปี 2540 ใช้วิธีการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนและเพื่อประชาชน
เจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เพราะมีที่มาที่ผิด โดยไม่ได้มาจากประชาชน อย่างมาตรา 237 ขัดกับหลักประชาธิปไตยที่ต้องการสร้างสถาบันพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง การที่คนคน หนึ่งกระทำผิด พิพากษาให้คนอื่นผิดด้วยนั้นสมควรแก้ไขหรือไม่
‘รธน.แก้ได้แต่ต้องชัดเจนและมีเหตุผล’
นิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขไม่ได้ แต่ต้องมองว่าต้องแก้ไขอย่างไร ทั้งฉบับหรือเฉพาะประเด็น แก้ไขเพื่ออะไรและใครเป็นผู้แก้ไขที่จะต้องมีความชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม วันที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นไปภายใต้กรอบที่ว่านักการเมืองทำอะไรก็ไม่ดี จึงจำเป็นต้องมีองค์กรอิสระตรวจสอบนักการเมืองที่มีการถ่วงดุลอำนาจไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง
‘อยากให้ดูบรรยากาศก่อนแก้ไข’
ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย
พรรคภูมิใจไทยมีความประสงค์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้แน่นอน แต่ต้องดูบรรยากาศทั่วไปด้วยว่ามีกระแสต่อต้านอย่างไร ซึ่งบรรยากาศในขณะนี้คิดว่าถ้ารอไปได้ก็อยากให้รอไปก่อน
ถ้าไปถามประชาชนข้าวเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท กับการแก้รัฐธรรมนูญเขาต้องการอะไร เขาคงต้องการสิ่งที่จับต้องได้เป็นอย่างแรกแน่นอน







