
ธปท.มองเศรษฐกิจยังดี
คาดปีนี้โต4.8%ลงทุนรัฐดันส่งออกหดตัวตามการค้าโลก
คาดปีนี้โต4.8%ลงทุนรัฐดันส่งออกหดตัวตามการค้าโลก
ธปท.เตรียมปรับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจใหม่ คาดปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 4.8%
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ น่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4.8% เนื่องจากปี 2554 เศรษฐกิจขยายตัวต่ำมาก แค่ 1.8% แต่ตัวเลขประมาณการจีดีพีปีนี้ที่ชัดเจนจะเป็นอย่างไร ธปท.จะมีการแถลงเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 3 ก.พ.นี้
ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ 00.25% นานถึงปี 2557 นั้น ถือเป็นการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ตามที่สหรัฐฯเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ตามสภาพความจำเป็นของสภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ต้องได้รับการฟื้นฟูเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ เป็นสัญญาณที่ตลาดรับทราบกันดีก่อนหน้านี้แล้ว
"การคงดอกเบี้ยของเฟดต่อเนื่อง เป็นข่าวที่ตลาดรับรู้กันอยู่แล้ว อย่างเงินเหรียญสหรัฐก็รู้กันอยู่ว่าเป็นได้ทั้ง เปิดรับความเสี่ยง (Riskon) และปิดความเสี่ยง (Riskoff) ขึ้นกับภาวะตลาดและความเสี่ยงในแต่ละช่วง เพราะเงินเหรียญสหรัฐถือเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ดังนั้นเวลามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ก็จะมีผลทางจิตวิทยาในตลาดเงิน ถ้าคนอยากหนีความเสี่ยงก็วิ่งหาเงินเหรียญสหรัฐทำให้แข็งค่า แต่ถ้าคนกล้าที่จะรับความเสี่ยงก็ออกจากเงินเหรียญสหรัฐไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่า เงินเหรียญสหรัฐก็อ่อนค่าลง" นายประสารกล่าว
ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอยู่บ้างจากปริมาณเงินที่จะมีการเร่งจ่ายเพื่อฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบน้ำท่วมจากภาครัฐ และงบประมาณจากภาครัฐที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนในประเทศ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสแรกกลับมาฟื้นตัวได้
นางสุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปีนี้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยเติบโต 4.54.7% ขึ้นอยู่กับการลงทุนจากภาครัฐและกิจกรรมภายในประเทศ การซ่อมแซม และก่อสร้างเพื่อชดเชยความเสียหายจากอุทกภัยในปีก่อนเป็นหลัก รวมถึงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้เพื่อการบูรณะและฟื้นฟูประเทศราว 3.5 แสนล้านบาท
นางสุทธาภา กล่าวว่า ปีนี้ภาคธุรกิจจะเติบโตได้ดีจากแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาครัฐเป็นหลัก ทำให้ธุรกิจของไทยส่วนใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคและการลงทุนมีแนวโน้มไปได้ดี แต่จะไม่ได้แรงผลักดันจากและเป็นปีที่การเติบโตจะมีความสมดุลมากกว่าบางปีในอดีตซึ่งมักถูกขับเคลื่อนโดยภาคการส่งออกเป็นหลักเหมือนในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่น่าเป็นห่วงคือแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่น่าจะชะลอลง ทำให้การส่งออกของไทยชะลอตัว คนหันมาถือเงินสดเพิ่มขึ้น ทำให้เงินไหลกลับเข้าสู่สหรัฐและสภาพคล่องจะตึงตัว โดยเฉพาะเงินสกุลเหรียญสหรัฐ
“คาดการณ์ว่าการฟื้นตัวในสหรัฐจะใช้เวลาหลายปี หรือหากเลวร้ายสุดเกิดธนาคารในกลุ่มประเทศอียูล้ม ก็จะเป็นปัญหา” นางสุทธาภา กล่าว
นางสุทธาภา กล่าวว่า สิ่งที่น่าจับตาในปีนี้อีกเรื่องคือ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่จะมีมากในปีนี้ ทำให้คาดการณ์สิ้นปีนี้เงินบาทจะอ่อนค่ากว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาคเคลื่อนไหวอยู่ที่ 3031 บาท/เหรียญสหรัฐ
ด้านเงินเฟ้อจะทรงตัว หรือใกล้เคียงปีก่อนอยู่ที่ระดับ 3.54% เนื่องจากราคาน้ำมันขยับขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่ขยับไม่มาก ประกอบกับนโยบายค่าแรงจะเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อ และการลงทุนภาครัฐจะเป็นปัจจัยหนุนอัตราเงินเฟ้อคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายซึ่งแม้จะปรับลดลงติดต่อกัน 2 ครั้ง แต่ก็ไม่น่าลดต่ำมากไปกว่านี้ โดยคาดว่าปีนี้ดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 3%
ธปท.แย้มเศรษฐกิจปีนี้มีโอกาสโตสูงกว่า 4.8% เหตุฐานปีก่อนหน้าต่ำ และมีเงินฟื้นฟูน้ำท่วมจากภาครัฐช่วยหนุนการฟื้นตัว
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ปีนี้น่าจะโตไม่ต่ำกว่า 4.8% เนื่องจากฐานการโตปี 2554 ที่ผ่านมาขยายตัวต่ำจากปัจจัยน้ำท่วมที่คาดว่าจะโตที่ระดับ 1.8% แต่ตัวเลขประมาณการจีดีพีปีนี้ที่ชัดเจนจะเป็นอย่างไร ธปท.จะมีการแถลงเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 3 ก.พ.นี้
ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ 00.25% นานถึงปี 2557 นั้น ถือเป็นการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ตามที่สหรัฐฯเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ตามสภาพความจำเป็นของสภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ต้องได้รับการฟื้นฟูเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ เป็นสัญญาณที่ตลาดรับทราบกันดีก่อนหน้านี้แล้ว
"การคงดอกเบี้ยของเฟดต่อเนื่อง เป็นข่าวที่ตลาดรับรู้กันอยู่แล้ว อย่างเงินเหรียญสหรัฐก็รู้กันอยู่ว่าเป็นได้ทั้ง เปิดรับความเสี่ยง (Riskon) และปิดความเสี่ยง (Riskoff) ขึ้นกับภาวะตลาดและความเสี่ยงในแต่ละช่วง เพราะเงินเหรียญสหรัฐถือเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ดังนั้นเวลามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ก็จะมีผลทางจิตวิทยาในตลาดเงิน ถ้าคนอยากหนีความเสี่ยงก็วิ่งหาเงินเหรียญสหรัฐทำให้แข็งค่า แต่ถ้าคนกล้าที่จะรับความเสี่ยงก็ออกจากเงินเหรียญสหรัฐไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่า เงินเหรียญสหรัฐก็อ่อนค่าลง" นายประสารกล่าว
ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอยู่บ้าง จากปริมาณเงินที่จะมีการเร่งจ่ายเพื่อฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบน้ำท่วมจากภาครัฐ และงบประมาณจากภาครัฐที่จะกระต้นการใช้จ่ายและการลงทุนในประเทศ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสแรกกลับมาฟื้นตัวได้ และมีโอกาสทำให้เศรษฐกิจไทยโตได้ระดับ 4.8%







